หลักสูตร
แยกตามคณะ
ค้นหาหลักสูตร
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
หลักสูตรอื่นๆ
การศึกษา
การรับสมัครระดับปริญญาตรี
การรับสมัครระดับบัณฑิตศึกษา
การรับสมัครหลักสูตรนานาชาติ
ทุนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คณะและหน่วยงาน
คณะ
หน่วยงาน
ส่วนงานอื่นๆ
ข่าวสาร
ข่าวงานวิจัยและนวัตกรรม
ข่าวเด่น
ข่าวบุคคลเด่น
รางวัลและความภาคภูมิใจ
ประชุมสัมมนา/กิจกรรมของมหาวิทยาลัย
ภาพข่าวผู้บริหาร
ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ปฏิทินกิจกรรม
COVID-19 และ PM2.5
กีฬา
Featured
สุขภาพ
กฎหมายกฎระเบียบ
การบริจาค
เทคโนโลยี
ศาสนา
วารสาร
บทความเกี่ยวกับ 60 ปี มช.
เกี่ยวกับ มช.
ประวัติความเป็นมา
ปณิธาน/วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร
อำนาจหน้าที่
เอกลักษณ์องค์กร (CI)
โครงสร้างองค์กรและการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แผนพัฒนาการศึกษามช. ระยะ 5 ปี
คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ผู้บริหารส่วนงาน
ผู้บริหารหน่วยงาน
สภาพนักงาน
ลิงค์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
CMU First Year
CMU IT Life
โครงการแลกเปลี่ยน
ทุนการศึกษา
คลังภาพคลังข่าว
ข้อมูลสาธารณะ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ติดต่อเรา
ภาษา
ภาษาไทย
อังกฤษ
จีน
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
แพทย์มช.เผย พบโรคคางทูมกลับมาระบาดอีกครั้ง ย้ำ!รับวัคซีนครบ สวมหน้ากากอนามัย ป้องกันได้
7 มกราคม 2569
คณะแพทยศาสตร์
ผศ.นพ.จารึก หาญประเสริฐพงษ์ หัวหน้าหน่วยโสตวิทยา โสตประสาทวิทยา และการสื่อความหมาย ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “ในช่วงฤดูหนาวมักจะพบการระบาดของโรคคางทูมเยอะกว่าช่วงปกติ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เชื้อฟักตัวได้ดี และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังจากได้รับเชื้อ 12-15 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้มหรือใต้คางบวม และมีเบื่ออาหารร่วมด้วย ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ไปจนถึงอัณฑะ หรือรังไข่อักเสบ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด ยาแก้อักเสบ เป็นต้น โดยล่าสุดพบผู้ป่วยโรคคางทูม 2 ราย รายแรกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี มาด้วยอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร ใต้คางและแก้มบวม ส่วนรายที่ 2 เป็นผู้ชายวัยทำงาน มาด้วยอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดแก้ม แก้มบวม แต่ยังอ้าปากได้ตามปกติ ผลตรวจทั้ง 2 ราย พบมีการติดเชื้อไวรัสคางทูม แพทย์จึงได้ให้ยาและรักษาตามอาการ โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นภายใน 7 วัน ซึ่งโรคคางทูมเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus) ในตระกูล Paramyxovirus ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบอยู่ในช่วงวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่มีประวัติไปในสถานที่แออัด เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา หรือสัมผัสกับบุคคลที่มีเชื้อ โดยเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือหายใจเอาละอองฝอยเข้าไป หรือได้รับเชื้อทางอ้อม โดยการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อน ซึ่งจะทำให้เกิดการป่วยได้ ถึงแม้จะได้รับวัคซีน MMR 2 เข็มแล้วก็ตาม” พญ.ณัฐชยาญ์ คุณานิจถาวร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนว่า “ปกติวัคซีนคางทูมจะบรรจุในวัคซีนรวม 3 โรคคือ วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) ซึ่งสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กของประเทศไทย แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม โดยเข็มแรกที่อายุ 9-12 เดือน และเข็มที่ 2 อายุ 18 เดือน หากได้รับวัคซีนรวม MMR 1 เข็มมีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ร้อยละ 78 และหากได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็มมีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ถึงร้อยละ 88 แต่โดยทั่วไปภูมิคุ้มกันหลังได้วัคซีน MMR มักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือในบางรายภูมิคุ้มกันอาจจะลดลงจนไม่สามารถป้องกันโรคคางทูมได้ ส่งผลให้เวลาได้รับเชื้อไวรัสคางทูม มักจะเกิดการติดเชื้อได้ ขณะเดียวกันจากการศึกษาข้อมูลพบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็ม หากมีการติดเชื้อไวรัสคางทูมอาการมักจะไม่รุนแรง” อย่างไรก็ตามโรคคางทูม เป็นโรคที่พบการระบาดอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มีความรุนแรง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสคางทูม แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น จะสามารถป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้
เรียบเรียง: นางสาวสมัชญา หน่อหล้า
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#โรคคางทูม #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
สุขภาพ
บทความ
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: