หลักสูตร
แยกตามคณะ
ค้นหาหลักสูตร
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
หลักสูตรอื่นๆ
การศึกษา
การรับสมัครระดับปริญญาตรี
การรับสมัครระดับบัณฑิตศึกษา
การรับสมัครหลักสูตรนานาชาติ
ทุนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คณะและหน่วยงาน
คณะ
หน่วยงาน
ส่วนงานอื่นๆ
ข่าวสาร
ข่าวงานวิจัยและนวัตกรรม
ข่าวเด่น
ข่าวบุคคลเด่น
รางวัลและความภาคภูมิใจ
ประชุมสัมมนา/กิจกรรมของมหาวิทยาลัย
ภาพข่าวผู้บริหาร
ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ปฏิทินกิจกรรม
COVID-19 และ PM2.5
กีฬา
Featured
สุขภาพ
กฎหมายกฎระเบียบ
การบริจาค
เทคโนโลยี
ศาสนา
วารสาร
บทความเกี่ยวกับ 60 ปี มช.
เกี่ยวกับ มช.
ประวัติความเป็นมา
ปณิธาน/วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร
อำนาจหน้าที่
เอกลักษณ์องค์กร (CI)
โครงสร้างองค์กรและการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แผนพัฒนาการศึกษามช. ระยะ 5 ปี
คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ผู้บริหารส่วนงาน
ผู้บริหารหน่วยงาน
สภาพนักงาน
ลิงค์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
CMU First Year
CMU IT Life
โครงการแลกเปลี่ยน
ทุนการศึกษา
คลังภาพคลังข่าว
ข้อมูลสาธารณะ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ติดต่อเรา
ภาษา
ภาษาไทย
อังกฤษ
จีน
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
“บาดทะยัก” โรคที่ไม่ได้มาจากสนิม อย่ารอให้สายเกินไป ป้องกันได้ด้วยเข็มวัคซีน
27 สิงหาคม 2568
คณะแพทยศาสตร์
โรคบาดทะยักคืออะไร
โรคบาดทะยักเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย Clostridium tetani ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่มีพิษรุนแรง เมื่อสปอร์เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล โดยเฉพาะแผลลึกหรือแผลที่ไม่สะอาด เชื้อจะสร้างสารพิษที่ทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก คล้ายอาการชัก และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร
เชื้อบาดทะยักพบได้ทั่วไปในดิน ฝุ่น และมูลสัตว์ ไม่ได้อยู่ในน้ำลายของสัตว์โดยตรง แต่หากถูกกัดหรือข่วนจนเกิดบาดแผล เชื้อที่ปนเปื้อนจากดินหรือฝุ่นสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ โดยเฉพาะแผลที่ลึกหรือไม่สะอาด
โรคบาดทะยักรุนแรงแค่ไหน
โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากการเกร็งและกระตุกของกล้ามเนื้อที่รุนแรง จึงถือเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม
ใครบ้างที่เสี่ยง
• ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและฝุ่น เช่น ชาวนา ชาวสวน คนงานก่อสร้าง
• ผู้ที่ได้รับบาดแผลจากของมีคม สนิม หรือตะปู (แม้สนิมเองจะไม่ใช่ต้นเหตุ แต่สิ่งของเหล่านี้มักปนเปื้อนดินและฝุ่น)
• ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนบาดทะยัก หรือไม่ได้ฉีดกระตุ้นเกิน 10 ปี
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเกิดบาดแผล
1. รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ทั่วถึง
2. เปิดแผลให้สัมผัสอากาศ ลดการเจริญเติบโตของเชื้อ
3. หากแผลลึกหรือไม่สะอาด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินความเสี่ยงและรับวัคซีนกระตุ้น
วัคซีนบาดทะยักคืออะไร
วัคซีนบาดทะยักเป็นวัคซีนชนิด Toxoid ทำจากสารพิษของเชื้อที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ ไม่ก่อโรค แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เมื่อได้รับครบตามเกณฑ์จะช่วยป้องกันโรคได้ยาวนาน
ชนิดของวัคซีนบาดทะยัก
• วัคซีนบาดทะยักเดี่ยว (Tetanus toxoid: TT)
• วัคซีนรวม เช่น DTP (ป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน) ใช้ในเด็ก ,Td (ป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก) ใช้ในผู้ใหญ่ ,Tdap (คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์)
ตารางการฉีดวัคซีน
• เด็ก: ฉีดตามแผนวัคซีนพื้นฐานของประเทศ
• ผู้ใหญ่: หากไม่เคยฉีด หรือไม่แน่ใจ ต้องฉีดครบ 3 เข็ม (เข็มแรก – 1 เดือนถัดมา – 6 เดือนถัดมา)
• หากเคยฉีดแล้ว ถ้าแผลสกปรกควรฉีดกระตุ้นหากเกิน 5 ปี ถ้าแผลสะอาดควรฉีดกระตุ้นหากเกิน 10 ปี
• หญิงตั้งครรภ์: ควรได้รับการฉีดกระตุ้น เพื่อให้ภูมิคุ้มกันส่งต่อสู่ลูกน้อยผ่านทางรก
แม้โรคบาดทะยักจะไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่เป็นโรคร้ายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง การล้างแผลอย่างถูกวิธีและการฉีดวัคซีนบาดทะยักอย่างครบถ้วน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคนี้ ดังนั้นหากเกิดบาดแผล ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง และอย่าลืมตรวจสอบว่าคุณได้รับวัคซีนกระตุ้นภายใน 10 ปีหรือไม่
ขอบคุณข้อมูลจาก :ผศ.นพ.ปริญญา เทียนวิบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#โรคบาดทะยัก #วัคซีนบาดทะยัก
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU
สุขภาพ
บทความ
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: