หลักสูตร
แยกตามคณะ
ค้นหาหลักสูตร
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
หลักสูตรอื่นๆ
การศึกษา
การรับสมัครระดับปริญญาตรี
การรับสมัครระดับบัณฑิตศึกษา
การรับสมัครหลักสูตรนานาชาติ
ทุนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คณะและหน่วยงาน
คณะ
หน่วยงาน
ส่วนงานอื่นๆ
ข่าวสาร
ข่าวงานวิจัยและนวัตกรรม
ข่าวเด่น
ข่าวบุคคลเด่น
รางวัลและความภาคภูมิใจ
ประชุมสัมมนา/กิจกรรมของมหาวิทยาลัย
ภาพข่าวผู้บริหาร
ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ปฏิทินกิจกรรม
COVID-19 และ PM2.5
กีฬา
Featured
สุขภาพ
กฎหมายกฎระเบียบ
การบริจาค
เทคโนโลยี
ศาสนา
วารสาร
บทความเกี่ยวกับ 60 ปี มช.
เกี่ยวกับ มช.
ประวัติความเป็นมา
ปณิธาน/วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร
อำนาจหน้าที่
เอกลักษณ์องค์กร (CI)
โครงสร้างองค์กรและการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แผนพัฒนาการศึกษามช. ระยะ 5 ปี
คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ผู้บริหารส่วนงาน
ผู้บริหารหน่วยงาน
สภาพนักงาน
ลิงค์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
CMU First Year
CMU IT Life
โครงการแลกเปลี่ยน
ทุนการศึกษา
คลังภาพคลังข่าว
ข้อมูลสาธารณะ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประมวลจริยธรรม
แผนปฏิบัติการป้องกันและรองรับเหตุฉุกเฉิน มช.
ช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน สำนักงาน ป.ป.ช.
ช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน สำนักงาน ป.ป.ท.
ติดต่อเรา
ภาษา
ภาษาไทย
อังกฤษ
จีน
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมี “มดลูก 2 อัน” ได้จริงหรือ
9 มิถุนายน 2569
คณะแพทยศาสตร์
หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ผู้หญิงบางคนสามารถมี “มดลูก 2 อัน” ได้จริง ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า มดลูกแฝด (uterine didelphys) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด และพบได้ไม่บ่อยนัก
มดลูกแฝดคืออะไร แตกต่างจากมดลูกปกติอย่างไร
โดยปกติแล้ว ผู้หญิงจะมีมดลูกเพียง 1 อัน เชื่อมต่อกับท่อนำไข่ทั้งซ้ายและขวา มีปากมดลูก 1 อัน และช่องคลอด 1 ช่อง แต่ในภาวะมดลูกแฝด จะมีมดลูกแยกออกมาเป็น 2 อัน โดยมดลูกทั้งสองไม่เชื่อมต่อกัน และมักมีปากมดลูก 2 อันแยกจากกัน บางรายอาจพบผนังกั้นในช่องคลอด ทำให้มีช่องคลอด 2 ช่องแยกกัน
ภาวะมดลูกแฝดเกิดขึ้นได้อย่างไรตั้งแต่กำเนิด
ภาวะนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นทารกในครรภ์ โดยในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ อวัยวะสืบพันธุ์จะเริ่มพัฒนาจากท่อเล็ก ๆ 2 ข้างที่เรียกว่า Mullerian duct ตามปกติ ท่อทั้งสองจะเชื่อมกันตรงกลาง เพื่อสร้างเป็นมดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด ซึ่งกระบวนการนี้จะสมบูรณ์เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16 สัปดาห์ แต่หากการเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์ ท่อทั้งสองจะแยกกันพัฒนา กลายเป็นมดลูก 2 อัน และปากมดลูก 2 อัน
ภาวะนี้พบได้บ่อยแค่ไหน
มดลูกแฝดพบได้ค่อนข้างน้อย โดยพบประมาณ 0.1–0.5% ของผู้หญิงทั้งหมด หรือประมาณ 1 ใน 1,000 คน
อาการที่อาจสังเกตได้
ผู้หญิงหลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ามีมดลูกแฝด เพราะยังสามารถใช้ชีวิตและมีประจำเดือนได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม บางรายอาจมีอาการ เช่น
• ปวดประจำเดือนรุนแรง โดยเฉพาะกรณีมีผนังกั้นช่องคลอด ทำให้เลือดระบายออกไม่สะดวก จนเกิดการคั่งของเลือด และอาจไหลย้อนกลับไปในอุ้งเชิงกราน เสี่ยงต่อภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์
• เลือดออกผิดปกติ มีเลือดกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
• มีตกขาวเป็น ๆ หาย ๆ
• ภาวะแท้งซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
แพทย์ตรวจพบได้อย่างไร
ส่วนใหญ่จะตรวจพบจากการตรวจวินิจฉัย เช่น
• การตรวจภายใน
• การอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
• การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
• การฉีดสีตรวจท่อนำไข่ (Hysterosalpingography: HSG)
สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่
ผู้หญิงที่มีมดลูกแฝดสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโพรงมดลูกแต่ละข้างมีขนาดเล็กกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น
• แท้งในช่วงไตรมาสแรก
• ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
• คลอดก่อนกำหนด
มีโอกาสตั้งครรภ์พร้อมกันทั้งสองข้างหรือไม่
ในทางธรรมชาติ โอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะโดยปกติไข่จะตกเดือนละ 1 ใบจากรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง แต่ในกรณีที่มีการใช้ยากระตุ้นไข่ หรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ก็มีรายงานว่าสามารถตั้งครรภ์พร้อมกันทั้งสองข้างได้ แม้จะพบได้น้อยมาก
จำเป็นต้องรักษาหรือผ่าตัดหรือไม่
หากไม่มีอาการผิดปกติ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรักษาหรือผ่าตัด การผ่าตัดจะพิจารณาเป็นรายบุคคล เช่น ในกรณีที่มีอาการรุนแรง ได้แก่
• ปวดประจำเดือนมาก
• มีเลือดคั่ง
• มีภาวะแท้งซ้ำ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยมากขึ้น
ควรดูแลสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์อย่างไร
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง หากมีอาการ เช่น
• ปวดประจำเดือนรุนแรง
• แท้งซ้ำ
• พยายามมีบุตรเกิน 1 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ
ควรติดตามกับแพทย์หรือไม่
หากทราบว่ามีมดลูกแฝด ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติ นอกจากนี้ แนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินไตร่วมด้วย เนื่องจากมดลูกและไตพัฒนามาจากเนื้อเยื่อใกล้เคียงกัน จึงอาจพบความผิดปกติร่วมกันได้
ใช้ชีวิตและมีลูกได้เหมือนคนทั่วไปหรือไม่
ผู้หญิงที่มีมดลูกแฝดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีครอบครัวได้เหมือนคนทั่วไป เพียงแต่ในช่วงตั้งครรภ์ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และทารก
มดลูกแฝดคือโรคหรือไม่
มดลูกแฝดถือเป็น “ความผิดปกติทางกายวิภาค” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นภายหลัง คำแนะนำสำหรับผู้ที่เพิ่งทราบว่ามีมดลูกแฝด ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากเกินไป เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการของตนเอง และเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพและการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อ.พญ.รัศมิ์รวี จันทรศิริ อาจารย์หน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/share/p/18o4593b5k/
#มดลูกแฝด#สุขภาพดีกับหมอสวนดอก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu
สุขภาพ
บทความ
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: