UAV ผสาน AI นวัตกรรม มช. ด่านหน้าใหม่สู้ไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ตรวจจับแม่นยำ ต้นทุนต่ำ ยกระดับการจัดการเชิงระบบ

25 กุมภาพันธ์ 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ผสานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เฝ้าระวังและตรวจจับไฟป่าอย่างแม่นยำ รวดเร็ว ต้นทุนต่ำและเข้าถึงได้จริง สามารถบินได้ไกลกว่า 60 กิโลเมตร แจ้งเตือนพิกัดจุดเกิดเหตุแบบเรียลไทม์ผ่าน GPS เพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง ความหวังใหม่ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ของภาคเหนืออย่างเป็นระบบ

ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงในภาคเหนือ เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรน ที่ทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ด่านหน้า” ของการเฝ้าระวังและตรวจจับไฟป่าอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ เปิดโอกาสให้หน่วยงานและชุมชนเข้าถึงการใช้งานจริง กลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย และเป็นความหวังใหม่ของการจัดการปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือของประเทศไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู อาจารย์วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) มาทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจจับไฟป่า ถือเป็นก้าวสำคัญของการจัดการปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนืออย่างเป็นระบบ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยงทำได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ตรวจจับไฟป่าได้อย่างแม่นยำ และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้เร็วกว่าที่เคย โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศจาก UAV (โดรน) เป็นข้อมูลการฝึก AI ให้เรียนรู้และจำแนกเหตุ สามารถระบุจุดกำเนิดไฟและควันได้ถูกต้อง

โดรนที่พัฒนาขึ้นสามารถบินได้ไกลกว่า 60 กิโลเมตรและแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านระบบ GPS ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทราบพิกัดจุดเกิดเหตุแบบเรียลไทม์ ทำให้การปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงสูงมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน ระบบยังออกแบบให้โดรนบินในระดับต่ำ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกและสร้างแผนที่ไฟป่าความละเอียดสูง พร้อมภาพถ่ายจริงที่มีคุณภาพเทียบเท่าเทคโนโลยีชั้นนำ
จุดเด่นสำคัญของนวัตกรรมนี้คือ “การเข้าถึงได้จริง” ด้วยต้นทุนต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อชุด ซึ่งต่ำกว่าระบบระดับอุตสาหกรรมที่มีราคาหลายล้านบาท ส่งผลให้หน่วยงานรัฐ องค์กรท้องถิ่น และชุมชน สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างกว้างขวาง ลดข้อจำกัดด้านงบประมาณ และเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงทั้งภูมิภาค

ในด้านการประมวลผล ข้อมูลภาพแบบ snapshotจะถูกนำมาเรียงต่อเป็นภาพผืนใหญ่ ก่อนใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจหาพิกัด Hotspot และภาพจุดเกิดเหตุโดยอัตโนมัติ ข้อมูลดังกล่าวสามารถจัดทำเป็นรายงานรายวันหรือรายชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยาน ทีมดับไฟป่าชุมชน และศูนย์บัญชาการ ในการวางแผนตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น ระบบ UAV ผสาน AI จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือด้านเทคโนโลยี แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ของการจัดการไฟป่าในภาคเหนือ ที่ผสานเทคโนโลยีระดับสูง ความร่วมมือของประชาชน และข้อมูลที่นำไปใช้ในการตัดสินใจได้จริง สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการสร้างนวัตกรรมที่คุ้มค่า ตรงจุด และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงนโยบายที่ยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ของประเทศอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมการจัดการไฟป่าด้วยโดรน (UAV) ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM2.5 ซึ่งดำเนินงานโดยคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง https://www.facebook.com/watch/?v=2287202011796469

กู้ชีพป่าเหนือ! อาจารย์ CAMT ปั้น AI ผสานโดรนอัจฉริยะ ตรวจจับไฟป่าแบบ Realtime https://www.youtube.com/watch?v=SCwU7MLDlZM

เรียบเรียง : ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์

ข้อมูล และภาพ : คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คลิป : วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี

แกลลอรี่