เทรนด์สุขภาพ “เครื่องวัดระดับน้ำตาล” จากอุปกรณ์แพทย์สู่ไอเทมสุขภาพยอดฮิต ช่วยได้จริงหรือแค่แฟชั่นในวงการสุขภาพ?

7 มกราคม 2569
คณะแพทยศาสตร์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นคนรุ่นใหม่ คนรักสุขภาพ รวมถึงนักกีฬา หันมาใช้ เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า CGM (Continuous Glucose Monitoring) กันมากขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คำถามสำคัญคือ อุปกรณ์นี้จำเป็นแค่ไหน และเหมาะกับใครบ้าง?


CGM คืออะไร และทำงานอย่างไร
เครื่อง CGM เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจวัดระดับน้ำตาลจากของเหลวระหว่างเซลล์ในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยจะวัดค่า ทุก 1–5 นาที ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในขณะนั้น ๆ แบบเรียลไทม์


อุปกรณ์ประกอบด้วย
1. เซ็นเซอร์ ฝังในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อวัดระดับน้ำตาล

2. ตัวส่งสัญญาณ ส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์แสดงผล

3. ตัวอ่านผล ซึ่งอาจเป็นสมาร์ตโฟน สมาร์ตวอช หรือเครื่องอ่านผลโดยเฉพาะ

ผู้ใช้สามารถดูค่าระดับน้ำตาลในขณะนั้น รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน


CGM เหมาะกับใครมากที่สุด
โดยทั่วไป CGM ได้รับการรับรองให้ใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคหวานที่ควรใช้เครื่อง CGM ได้แก่
• ผู้ป่วยเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ต้องฉีดอินซูลิน

• ผู้ป่วยที่ใช้ยาลดน้ำตาลซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

• ผู้ป่วยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จาก CGM เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำตาลต่ำบ่อย ๆ ผู้ป่วยที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด


การใช้ CGM จะช่วยให้ผู้ป่วย
• ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น เข้าถึงเป้าหมายของการรักษาได้มากขึ้น

• ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

• เห็นผลกระทบของอาหารและการออกกำลังกายต่อร่างกายตนเอง ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง


อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการนำข้อมูลไปใช้ และยังควรตรวจปลายนิ้วยืนยันในกรณีที่ค่าน้ำตาลที่แสดงไม่สอดคล้องกับอาการในขณะนั้น ๆ


คนที่ไม่เป็นเบาหวาน จำเป็นต้องใช้ CGM ไหม?
ปัจจุบันมีการนำ CGM มาใช้ในกลุ่มคนที่ไม่เป็นเบาหวานมากขึ้น เช่น
• ผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวาน

• ผู้ที่มีภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง

• ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดซึ่งมีผลกระทบต่อระดับน้ำตาล

• นักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการปรับพฤติกรรมสุขภาพ


CGM เพียงบางรุ่นเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ข้อมูลของการใช้ CGM ในประชากรทั่วไปพบว่าระดับน้ำตาลของผู้ป่วยประมาณร้อยละ 96 จะอยู่ในช่วงปกติ (70–140 มก./ดล.) เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอดังนั้นในปัจจุบันยัง

• ไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าค่าระดับน้ำตาลหรือรูปแบบของน้ำตาลแบบใดจาก CGM จะถือว่าผิดปกติในคนทั่วไป

• ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนถึงประโยชน์ระยะยาวของ CGM ในคนที่ไม่เป็นเบาหวาน


ใช้ CGM แล้วดีอย่างไร (ถ้าใช้ถูกกลุ่ม)
ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวาน CGM อาจช่วยให้

• เห็นความผันผวนของระดับน้ำตาลในแต่ละวัน

• ตระหนักถึงผลของอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิต

• เป็นแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย

ซึ่งอาจช่วยชะลอการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตได้


กล่าวโดยสรุป เทคโนโลยีดี แต่พฤติกรรมสุขภาพยังสำคัญที่สุด

เครื่อง CGM เป็นเทคโนโลยีที่ มีประโยชน์ชัดเจนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาดีขึ้น ส่วนการใช้ในกลุ่มอื่นหรือประชากรทั่วไปยังต้องมีข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมเพื่อสรุปผลอย่างแน่ชัด


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าดีต่อสุขภาพในทุกกลุ่มคน คือ การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ให้บริการให้คำปรึกษาเรื่อง
• การรับประทานอาหาร

• การออกกำลังกาย

• การตรวจระดับน้ำตาลด้วยตนเอง

• การตรวจวัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง (CGM) ณ หน่วยสุขศึกษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระบารมี โดยมีการบริการที่หน่วยสุขศึกษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทุกวันในเวลาราชการ


ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.พญ. เมตตาภรณ์ พรพัฒน์กุล หัวหน้าทีมงานคลินิกเบาหวาน (NCDs) และ อาจารย์หน่วยต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช. #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu

แกลลอรี่