ผลงานวิจัยจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง Integrated Approach to Post-Surgical Care in Canine Pyometra: Evaluating Histological Changes, Blood Parameters, IL-6, and SDMA Biomarkers ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ International Journal of Agriculture and Biosciences (Published: 7 December 2025)

9 มกราคม 2569
คณะสัตวแพทยศาสตร์
หนึ่งในผลงานวิจัยจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง Integrated Approach to Post-Surgical Care in Canine Pyometra: Evaluating Histological Changes, Blood Parameters, IL-6, and SDMA Biomarkers ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ International Journal of Agriculture and Biosciences (Published: 7 December 2025) ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูล SJR Quartile 1 และ Scopus Quartile 2

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://doi.org/10.47278/journal.ijab/2025.208

งานวิจัยเรื่อง Integrated Approach to Post-Surgical Care in Canine Pyometra: Evaluating Histological Changes, Blood Parameters, IL-6, and SDMA Biomarkers เป็นการจัดการหลังผ่าตัดมดลูกอักเสบในสุนัข เนื่องจากปัญหามดลูกอักเสบ (Pyometra) เป็นโรคอันตรายที่หากวินิจฉัยช้าหรือดูแลหลังผ่าตัดไม่ดีอาจลุกลามได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ค่าเลือดและตัวบ่งชี้ต่าง ๆ (IL-6, SDMA) เพื่อวางแผนการดูแลสุนัขหลังผ่าตัดในกลุ่มตัวอย่างโดยศึกษาสุนัขทั้งหมด 15 ตัว แบ่งเป็นกลุ่มสุขภาพดี (ทำหมันปกติ) 10 ตัว และกลุ่มมดลูกอักเสบ 5 ตัว ผลจากการทำการเก็บตัวอย่างมดลูกด้วยการตรวจเนื้อเยื่อ พบความผิดปกติของผนังมดลูกหลายระดับ ตั้งแต่ระดับปกติไปจนถึงการอักเสบเรื้อรังและมีเลือดออก โดยผลเลือดทั่วไปพบว่าสุนัขที่เป็นมดลูกอักเสบจะมีค่าเม็ดเลือดขาวและโปรตีนรวมสูง ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด ผลการตรวจค่าการอักเสบ (IL-6) ไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างก่อนและหลังผ่าตัดในสุนัขทั้งสองกลุ่ม และผลการตรวจค่าไตจากสารบ่งชี้การทำงานของไต (Symmetric Dimethylarginine, SDMA) ในสุนัขที่เป็นมดลูกอักเสบ ค่านี้ไม่เปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่ในสุนัขสุขภาพดีกลับมีความแตกต่างหลังผ่าตัด ปัญหาเชื้อดื้อยาพบว่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในมดลูก (เช่น Enterobacter) ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะทั่วไปในโรงพยาบาลสัตว์ ดังนั้น ข้อสรุปจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการตรวจเนื้อเยื่อและการเพาะเชื้อหาอุบัติการณ์ดื้อยามีความสำคัญมากต่อการเลือกใช้ยาให้ตรงจุด ทั้งนี้ เพื่อออกแบบการรักษาหลังผ่าตัดให้แม่นยำที่สุด ควรนำข้อมูลผลเลือดและการเพาะเชื้อมาใช้ร่วมกัน

แกลลอรี่