“มะเร็งเต้านม” รู้เร็ว รักษาได้ ตรวจคัดกรองง่ายๆ ด้วยตัวเอง

7 มกราคม 2569
คณะแพทยศาสตร์
มะเร็งเต้านม ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ปัจจุบันสถิติชี้ชัดว่าเป็น โรคมะเร็งอันดับ 1 ที่พบในผู้หญิงทั่วโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือที่พบสถิติสูงเป็นอันดับต้นๆ

ใครบ้างที่ “เสี่ยง”

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ (ต้องเฝ้าระวัง)
• เพศ: การเกิดมาเป็นผู้หญิงคือความเสี่ยงอันดับแรก (แต่ผู้ชายก็เป็นได้ ในอัตราส่วน 1:100)
• อายุ: ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงยิ่งสูงตาม
• พันธุกรรม: หากมีประวัติคนในครอบครัวสายตรง (แม่, พี่น้อง, ลูก) เป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่ หรือมียีนกลายพันธุ์ (เช่น BRCA1/2) จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น

2. สิ่งที่ควบคุมได้ (ปรับพฤติกรรมด่วน!)
• ความอ้วน: ไขมันส่วนเกินสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้
• ฮอร์โมน: การใช้ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทนวัยทองติดต่อกันเป็นเวลานาน (เกิน 5-10 ปี)
• ไลฟ์สไตล์: การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และมลภาวะ (เช่น PM 2.5 ที่อาจมีผลกระตุ้น)

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรอ้างว่า “เดี๋ยวค่อยไปหาหมอ”
คุณหมอย้ำเสมอว่า “อย่ารอให้เจ็บ” เพราะมะเร็งเต้านมมักไม่มีอาการเจ็บ แต่ให้สังเกตสิ่งเหล่านี้

1. คลำเจอก้อน: ที่เต้านมหรือรักแร้ (ก้อนแข็ง กลิ้งไม่ได้ หรือขอบไม่เรียบ ยิ่งน่าสงสัย)
2. รูปทรงเปลี่ยน: ผิวหนังบุ๋มลงไป ผิวหนาตัวเหมือนเปลือกส้ม หรือหัวนมถูกดึงรั้ง
3. มีน้ำไหลผิดปกติ: โดยเฉพาะถ้าเป็น “น้ำสีเลือด” ไหลออกมาจากหัวนม
4. แผลเรื้อรัง: บริเวณหัวนมหรือลานนมที่ทายาแล้วไม่หาย

รู้หรือไม่? ถุงน้ำ (Cyst) ในเต้านม ส่วนใหญ่ไม่อันตรายและไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ถ้ามีอาการผิดปกติก็ควรพบแพทย์เพื่อความสบายใจ

วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง (ทำทุกเดือน!)
เวลาที่ดีที่สุด: 7-10 วัน หลังจากประจำเดือนมาวันแรก (เป็นช่วงที่เต้านมนิ่ม ตรวจง่ายที่สุด)
สำหรับผู้หมดประจำเดือน: ให้กำหนดวันที่จำง่าย เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน

ขั้นตอนการตรวจ
1. ดูหน้ากระจก: ถอดเสื้อ ยืนตรง แล้วยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ สังเกตความสมมาตร รอยบุ๋ม หรือสีผิวที่เปลี่ยนไป
2. คลำ: ใช้นิ้วชี้ กลาง นาง (3 นิ้ว) กดคลำให้ทั่วเต้านมและรักแร้ โดยวนเป็นก้นหอยหรือขึ้นลง ให้ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ไหปลาร้าลงมาถึงฐานนม
3. บีบ: บีบเบาๆ ที่หัวนมดูว่ามีน้ำผิดปกติไหลออกมาหรือไม่

อายุ 40+ ต้องเริ่ม “คัดกรอง” จริงจัง
แม้จะคลำไม่เจอก้อน แต่ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องมือแพทย์ ได้แก่
• Mammogram (แมมโมแกรม): เอกซเรย์เต้านมเพื่อดูหินปูนหรือก้อนเล็กๆ
• Ultrasound (อัลตราซาวด์): ช่วยแยกแยะก้อนเนื้อกับถุงน้ำ
การตรวจ 2 อย่างนี้คู่กัน ช่วยให้เจอมะเร็งได้ตั้งแต่ “ระยะ 0” (ระยะก่อนลุกลาม) ซึ่งรักษาได้ง่ายมาก

ข่าวดี เป็นแล้ว “รักษาหายได้”
การแพทย์ปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก การรักษามีหลายวิธีแบบผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็น
• การผ่าตัด: มีทั้งแบบตัดทั้งเต้า และ ผ่าตัดแบบสงวนเต้า (เก็บเต้านมไว้ได้)
• ยา: เคมีบำบัด, ยาต้านฮอร์โมน, และ ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง

บทสรุปจากคุณหมอ ไม่ว่าจะตรวจเจอระยะไหน “อย่าเพิ่งหมดหวัง”
• ระยะ 0-3: มีโอกาสรักษาหายขาดได้ ยิ่งระยะต้นมากๆโอกาสหายขาดยิ่งสูงขึ้น
• ระยะ 4: แม้จะแพร่กระจายแล้ว แต่ยาปัจจุบันช่วยคุมโรคให้สงบและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นานหลายปี

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “เวลา” ยิ่งรู้เร็ว โอกาสหายยิ่งสูง อย่าลืมตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน และไปตรวจคัดกรองเมื่อถึงเกณฑ์

ข้อมูลโดย:พญ.จุฬารัตน์ ดวงแก้ว อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ
ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียงโดย: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#สุขภาพดีกับหมอสวนดอก
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก
#โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu

แกลลอรี่