หลักสูตร
แยกตามคณะ
ค้นหาหลักสูตร
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก
หลักสูตรอื่นๆ
การศึกษา
การรับสมัครระดับปริญญาตรี
การรับสมัครระดับบัณฑิตศึกษา
การรับสมัครหลักสูตรนานาชาติ
ทุนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คณะและหน่วยงาน
คณะ
หน่วยงาน
ส่วนงานอื่นๆ
ข่าวสาร
ข่าวงานวิจัยและนวัตกรรม
ข่าวเด่น
ข่าวบุคคลเด่น
รางวัลและความภาคภูมิใจ
ประชุมสัมมนา/กิจกรรมของมหาวิทยาลัย
ภาพข่าวผู้บริหาร
ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ปฏิทินกิจกรรม
COVID-19 และ PM2.5
กีฬา
Featured
สุขภาพ
กฎหมายกฎระเบียบ
การบริจาค
เทคโนโลยี
ศาสนา
วารสาร
บทความเกี่ยวกับ 60 ปี มช.
เกี่ยวกับ มช.
ประวัติความเป็นมา
ปณิธาน/วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร
อำนาจหน้าที่
เอกลักษณ์องค์กร (CI)
โครงสร้างองค์กรและการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แผนพัฒนาการศึกษามช. ระยะ 5 ปี
คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ผู้บริหารส่วนงาน
ผู้บริหารหน่วยงาน
สภาพนักงาน
ลิงค์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
CMU First Year
CMU IT Life
โครงการแลกเปลี่ยน
ทุนการศึกษา
คลังภาพคลังข่าว
ข้อมูลสาธารณะ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประมวลจริยธรรม
ติดต่อเรา
ภาษา
ภาษาไทย
อังกฤษ
จีน
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
ทำหมันชาย เรื่องไม่ลับสำหรับผู้ชาย
13 มีนาคม 2569
คณะแพทยศาสตร์
ทำหมันชาย เรื่องไม่ลับสำหรับผู้ชาย
“ทำหมันชาย” อาจเป็นคำที่หลายคนได้ยินแล้วรู้สึกเขินหรือกังวลอยู่ลึก ๆ แต่จริง ๆ แล้วคือวิธีคุมกำเนิดแบบถาวรที่สะดวก ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกก่อนว่า “ทำหมันชาย” คือการตัดหลอดนำอสุจิ ไม่ใช่ตัดลูกอัณฑะ และไม่ได้ส่งผลต่อความเป็นชายหรือสมรรถภาพทางเพศลดลงอย่างที่หลายคนกลัวหรือกังวล
ข้อดีของการทำหมันชาย
การทำหมันชายเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวรที่มีประสิทธิภาพสูงมาก มากกว่า 99% และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคู่ที่วางแผนครอบครัวชัดเจนแล้ว อีกทั้งสะดวก ผ่าตัดง่าย และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ “สามีช่วยแบ่งเบาภาระการคุมกำเนิดของภรรยาได้”
ไม่มีข้อห้าม “แบบตายตัว” แต่มีข้อควรระวังในการทำหมันชาย
ถึงแม้การทำหมันชายจะไม่มีข้อห้ามที่ชัดเจน แต่มีบางภาวะที่ควรระวังก่อนทำ เช่น
•หากมีการอักเสบติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีโรคผิวหนังเรื้อรัง ควรรักษาให้หายก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด
•ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก ควรหาสาเหตุและรักษาให้เรียบร้อยก่อน เพราะบริเวณถุงอัณฑะเป็นเนื้อเยื่อค่อนข้างหลวม โอกาสเลือดออกจึงเกิดได้ง่ายกว่า
•โรคบางอย่างในถุงอัณฑะ
•ความผิดปกติทางจิตที่อาจทำให้ผู้ทำเกิดความกังวลมาก
•ผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือใช้ยาบางชนิดที่กดภูมิคุ้มกัน อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น
•คนที่อ้วนมาก อาจทำให้ทำหัตถการได้ยากขึ้นและใช้เวลานานขึ้น
ทำหมันชายคืออะไร และ “ไม่ใช่อะไร”
การทำหมันชาย (Vasectomy) คือการตัดหลอดนำอสุจิ เพื่อไม่ให้อสุจิออกมาปะปนในน้ำอสุจิ แต่ไม่ได้ตัดลูกอัณฑะที่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้นโดยหลักแล้วการทำหมันไม่ทำให้สมรรถภาพทางเพศหรือความเป็นชายลดลง และ“การทำหมัน” ไม่ใช่ “การตอน” (Castration) และในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าการทำหมันทำให้เสี่ยงต่อโรคต่อมลูกหมากโตหรือมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น
ขั้นตอนการทำหมันชาย (ก่อนผ่าตัด)
ก่อนทำหมัน แพทย์จะซักประวัติถึงเหตุผลและความพร้อม จากนั้นตรวจร่างกายและคลำหาหลอดนำอสุจิ รวมถึงให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวก่อนทำ ความเข้าใจขั้นตอน และวิธีดูแลแผลหลังทำหมัน
ขั้นตอนการผ่าตัดทำหมันชาย
แพทย์จะทำความสะอาดและทายาฆ่าเชื้อ คลำหาหลอดนำอสุจิ ฉีดยาชา จากนั้นเจาะผิวหนัง ตัดและผูกหลอดนำอสุจิ แล้วเย็บปิดแผล
การเตรียมตัวก่อนทำหมัน
ก่อนผ่าตัดควรเตรียมตัวให้พร้อม เช่น
• พูดคุยและขอความเข้าใจกับภรรยา
• เตรียมใจให้พร้อม
• รับประทานอาหารได้ตามปกติ
• เล็มขนบริเวณถุงอัณฑะ
• อาบน้ำถูสบู่ให้สะอาดเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
• เตรียมคนขับรถกลับ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ (แต่มีโอกาสพบน้อย)
แม้เป็นการผ่าตัดเล็กและฟื้นตัวไว แต่ก็มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เลือดออกหรือเลือดคั่ง แผลอักเสบติดเชื้อ การอักเสบของเอพิดิดัยมิส การคลำได้ก้อนแข็งจากอสุจิ (sperm granuloma) ซึ่งพบไม่บ่อย อาการปวดเรื้อรังบริเวณที่ทำหมัน หรือประสิทธิภาพของอสุจิลดลง แต่โดยรวมแล้วพบโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อยมาก
การดูแลหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัดโดยทั่วไปสามารถกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ในประมาณ 1 สัปดาห์
แนวทางดูแลหลัก ๆ ได้แก่
•รับประทานยาตามแพทย์สั่ง เช่น ยาแก้ปวด/ยาฆ่าเชื้อ
• รักษาแผลให้แห้ง และหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ 1–2 วัน
• งดงานหนัก 2–3 วัน
• ทำแผลเองวันละ 1–2 ครั้ง
• มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจอาการและฟังผล
• โดยทั่วไปสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังประมาณ 1 สัปดาห์
ทำหมันแล้ว “หลอดกลับมาต่อเอง” ได้ไหม?
มีโอกาสที่หลอดนำอสุจิจะกลับมาต่อกันเองได้ แต่น้อยมาก ประมาณ 0.025% หรือราว 1 ใน 4,000 ราย และหลังทำหมันควรคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นไปก่อน จนกว่าจะตรวจแล้วไม่พบตัวอสุจิ (azoospermia)
ถ้าอนาคตเปลี่ยนใจ “แก้หมัน” ได้ไหม?
สามารถแก้หมันได้ แต่ทำได้ค่อนข้างยาก และความสำเร็จขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะระยะเวลาหลังทำหมัน หากน้อยกว่า 10 ปี ความสำเร็จประมาณ 60–90% แต่ถ้ามากกว่า 15 ปี ความสำเร็จลดลงเหลือราว 20–30% ทั้งนี้ยังมีปัจจัยในเรื่องของอายุของสามีและภรรยา และเทคนิคผ่าตัด ปัจจุบันมีวิธีผ่าตัดต่อหมันแบบใช้กล้อง/กล้องจุลทรรศน์ (Microsurgical vasectomy reversal) และยังมีอีกทางเลือกคือการดูดอสุจิไปทำการผสมเทียม ซึ่งผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและการตัดสินใจผู้ป่วย
ท้ายที่สุด คุณหมอย้ำว่า “การทำหมันชาย เป็นการผ่าตัดเล็ก มีภาวะแทรกซ้อนน้อย และเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สามีสามารถมอบให้กับภรรยาได้“
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.พิษณุ มหาวงศ์ อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียงโดย: นางสาวนันทพร ระบิน นักประชาสัมพันธ์ งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนางสาวพัทธ์ธีรา สุรเสกข์ นักศึกษาฝึกประสบการณ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu #ทำหมันชาย
สุขภาพ
บทความ
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: