27 มีนาคม 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
อมก๋อย นำร่อง “FireMan Tracker” เทคโนโลยี LoRa Mesh เสริมสมรรถนะการทำงานและความปลอดภัยของอาสาดับไฟ ด้วยความร่วมมือของ UNISERV และ CCDC มช. โดยได้ลงนาม MOU ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งสำคัญระหว่าง ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท นำโดยคุณกฤตยรัฐ ปารีมี ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิฯ ร่วมลงนาม รวมถึงนายปรีชาพล พูลทวี นายอำเภออมก๋อย ร่วมลงนาม โดยมีนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นพยาน
จาก “จุดอับสัญญาณ” สู่ “เครือข่ายสื่อสารท้องถิ่นเพื่ออาสาดับไฟ”
ท่ามกลางภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อนของอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ซึ่งกว่า 80–90% เป็นป่าและพื้นที่อนุรักษ์ กลับกลายเป็น “จุดอับสัญญาณ” ที่ท้าทายต่อการสื่อสารในยามวิกฤต โดยเฉพาะในสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง สิ่งที่ขาดหายไปไม่ใช่เพียงสัญญาณโทรศัพท์ แต่คือ “ความสามารถในการติดต่อสื่อสาร” และ “การรู้ตำแหน่งของกันและกัน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในภารกิจภาคสนาม
เทคโนโลยีที่ “ไม่ต้องพึ่งสัญญาณมือถือ” แต่ยังสื่อสารได้
หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำ LoRa Mesh Technology มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบสื่อสารในพื้นที่อับสัญญาณ
LoRa (Long Range) เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่สามารถส่งข้อมูลได้ในระยะไกลหลายสิบกิโลเมตร โดยใช้พลังงานต่ำ ขณะที่ “Mesh Network” คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบกระจายตัว ที่แต่ละอุปกรณ์สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งสัญญาณในเวลาเดียวกัน
เมื่อสองแนวคิดนี้ถูกผสานเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นเครือข่ายที่มีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
• Decentralized Network: ไม่มีศูนย์กลาง อุปกรณ์ทุกตัวเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย
• Multi-hop Communication: สัญญาณสามารถส่งต่อกันเป็นทอด ๆ ข้ามภูเขาและสิ่งกีดขวาง
• Self-Healing System: หากอุปกรณ์บางตัวหยุดทำงาน ระบบสามารถปรับเส้นทางการสื่อสารใหม่ได้ทันที
• Off-Grid Capability: ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงข่าย 4G/5G
ผลลัพธ์คือ “เครือข่ายสื่อสารอิสระ” ที่ยังคงทำงานได้ แม้ในสถานการณ์ที่โครงสร้างพื้นฐานหลักล่ม หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ ภายใต้ระบบนี้ เจ้าหน้าที่ภาคสนามจะพกพาอุปกรณ์ “FireMan Tracker” ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย LoRa Mesh ซึ่งสามารถส่งข้อมูลตำแหน่งแบบ real-time ไปยังศูนย์ควบคุม ข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลผ่าน Cloud Server และแสดงผลบน Dashboard หรือ Mobile Application ทำให้ผู้บัญชาการสามารถเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ทันที ที่สำคัญ ระบบยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูล “จุดความร้อน (Hotspot)” จากดาวเทียม เช่น VIIRS (Suomi-NPP, NOAA-20, NOAA-21) ทำให้สามารถวางแผนการปฏิบัติงานได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
อมก๋อย: พื้นที่ต้นแบบของการเปลี่ยนแปลง
การติดตั้งระบบเริ่มต้นจากการวางโครงข่ายในพื้นที่จริง โดยมีทั้ง สถานีหลัก (Base Station) และจุดทวนสัญญาณ (Repeater) ในตำแหน่งที่มีระดับความสูงต่างกัน การเลือกพื้นที่สูงเป็นจุดติดตั้ง ทำให้สัญญาณสามารถครอบคลุมพื้นที่กว้าง และลดข้อจำกัดจากภูมิประเทศ
MOU ที่แปลง “ความร่วมมือ” เป็น “การลงมือทำ”
แม้การลงนาม MOU จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของการพัฒนาประเทศ “มหาวิทยาลัย + ภาคสังคม + เทคโนโลยี” ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ
ในโลกที่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “เรามีเทคโนโลยีหรือไม่” แต่คือ “เรานำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อใคร และใช้อย่างไร”
ความร่วมมือในครั้งนี้กำลังแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่เหมาะสม แม้จะไม่ซับซ้อนที่สุด แต่สามารถ “ช่วยชีวิตคน” และ “เปลี่ยนระบบการทำงานทั้งระบบ” ได้จริง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน “พื้นที่อับสัญญาณ” ให้กลายเป็น “พื้นที่ที่เชื่อมต่อได้” ทั้งในเชิงเทคโนโลยี และในเชิงความร่วมมือของผู้คน