ขุมทรัพย์ชีวภาพจากดอกไม้ไทย นักวิจัย มช. ค้นพบ "ยีสต์ชนิดใหม่ของโลก" 33 ชนิด

24 กรกฎาคม 2569
คณะวิทยาศาสตร์
 

นักวิจัย มช. สร้างผลงานระดับโลก ค้นพบ "ยีสต์ชนิดใหม่ของโลก"

33 ชนิด จากเกษรดอกไม้ในภาคเหนือของประเทศไทย

      ภาคเหนือของประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะความหลากหลายของเห็ดรา ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาความหลากหลายของยีสต์ที่อาศัยอยู่ในดอกไม้ (anthophilous yeasts) และสามารถค้นพบ ยีสต์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 33 ชนิด (new species) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญที่ช่วยยกระดับองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธานสมัยใหม่ของยีสต์ และตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งทรัพยากรจุลินทรีย์ที่สำคัญของโลก

ครจะคิดว่า...ดอกไม้ในภาคเหนือของไทย จะซ่อน "ยีสต์ชนิดใหม่ของโลก" ที่เป็นสิ่งมีชีวิตยูแคริโอตเซลล์เดียวเอาไว้มากมาย

การศึกษาครั้งสำคัญนี้นำโดย นักวิจัยเชี่ยวชาญ ดร.นครินทร์ สุวรรณราช และ นักวิจัยเชี่ยวชาญ ดร.จตุรงค์ คำหล้า พร้อมด้วย ดร.ชนกเนตร เสนวรรณะ และ ดร.ปรารถนา คชสีห์ นักวิจัยภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายของจุลินทรีย์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัณณิดา ขุนนามวงษ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของการบูรณาการงานวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย

โดยทีมวิจัยได้สำรวจความหลากหลายของ ยีสต์ที่อาศัยอยู่ในดอกไม้ (anthophilous yeasts) ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเก็บตัวอย่างจาก ดอกไม้ 63 ชนิด ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา สามารถแยกยีสต์ได้ 187 สายพันธุ์ ครอบคลุม 73 ชนิด จากนั้นจึงดำเนินการจำแนกชนิดด้วยแนวทางอนุกรมวิธานสมัยใหม่แบบผสมผสาน (polyphasic taxonomy) ซึ่งบูรณาการข้อมูลด้าน สัณฐานวิทยา สรีรวิทยา ชีวเคมี และการวิเคราะห์วิวัฒนาการเชิงโมเลกุลหลายตำแหน่งของสารพันธุกรรม (multi-locus phylogenetic analyses) เพื่อให้การจำแนกชนิดมีความถูกต้องและสอดคล้องกับมาตรฐานอนุกรมวิธานระดับสากล

ผลการศึกษาสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการจุลชีววิทยาและอนุกรมวิธานด้านวิทยาของโลก โดยทีมวิจัยค้นพบ ยีสต์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 33 ชนิด (new species) พร้อมทั้งการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานในระดับที่สูงขึ้น ได้แก่

อันดับใหม่ของโลก (new Order) จำนวน 1 อันดับ ตั้งชื่ออันดับว่า Thailandicolales
วงศ์ใหม่ของโลก (new Family) จำนวน 1 วงศ์ ตั้งชื่อวงศ์ว่า Thailandicolaceae
สกุลใหม่ของโลก (new Genus) จำนวน 1 สกุล ตั้งชื่อสกุลว่า Thailandicola

โดยยีสต์ที่พบในการศึกษาครั้งนี้ ได้ตั้งชื่อเพื่อสะท้อนถึงการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย และเพื่อแสดงถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะแหล่งกำเนิดความหลากหลายของจุลินทรีย์ระดับโลก นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ตั้งชื่อยีสต์ชนิดใหม่บางชนิดเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นักอนุกรมวิธานด้านราวิทยาผู้ทรงคุณูปการต่อการศึกษาความหลากหลายของราและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธานของประเทศไทย ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สายสมร ลำยอง (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่), ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) และ Adjunct Prof. Dr. Kevin David Hyde (มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)

การตั้งชื่อดังกล่าวไม่เพียงเป็นการยกย่องนักวิทยาศาสตร์ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันงานวิจัยด้านราวิทยาและอนุกรมวิธานของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะแหล่งกำเนิดความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่มีความสำคัญระดับโลก และตอกย้ำบทบาทของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่วงการวิทยาศาสตร์สากล

ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ Mycosphere (Impact Factor=19.9) ปี ค.ศ. 2026 เล่มที่ 17 ฉบับที่ 1 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในวารสารชั้นนำด้านราวิทยาของโลก โดยสามารถอ่านรายละเอียดของงานวิจัยได้ที่ https://doi.org/10.48130/mycosphere-0026-0002

งานวิจัยครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ระดับโลก แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ดอกไม้ในประเทศไทย มิได้เป็นเพียงความงดงามของธรรมชาติ หากยังเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ที่มีความหลากหลายและซ่อนศักยภาพทางวิวัฒนาการไว้อย่างมหาศาล

การค้นพบครั้งนี้ช่วยเปิดมิติใหม่ของการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของยีสต์ และยืนยันว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของโลกสำหรับการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ อีกทั้งการศึกษาครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธานของยีสต์ที่อาศัยอยู่ในดอกไม้เท่านั้น แต่ยังขยายความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายพันธุ์ ความสัมพันธ์กับพืชแต่ละชนิดที่ยีสต์อาศัย และบทบาทเชิงนิเวศของยีสต์ในดอกไม้ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรจุลินทรีย์ในอนาคต

นอกจากนี้การค้นพบยีสต์ชนิดใหม่จำนวนมากยังถือเป็นการเปิดประตูสู่การใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรชีวภาพที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากยีสต์จากระบบนิเวศเขตร้อนมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น เช่น ความสามารถในการทนต่อสภาวะแรงดันออสโมซิสสูง (osmotolerance) ความทนทานต่ออุณหภูมิสูง (thermotolerance) และกระบวนการเมแทบอลิซึมที่เป็นเอกลักษณ์ คุณสมบัติเหล่านี้มีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมชีวภาพหลายด้าน อาทิ การผลิตเอนไซม์ชีวภาพ สารสี สารให้กลิ่นและรสจากธรรมชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพทางด้านการแพทย์ รวมถึงการพัฒนาสารควบคุมทางชีวภาพเพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม





แกลลอรี่