อธิการบดี มช. ชี้ มหาวิทยาลัยต้องเอา Impact เป็นตัวตั้ง ในงานประชุมนานาชาติ ”Impact Together Forum 2026 (ITF2026) โดย Social Value International และพันธมิตรนานาชาติ

5 พฤศจิกายน 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
ศ. ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติเป็นองค์ปาฐก (Keynote Speaker) บรรยายพิเศษหัวข้อ “นำการเปลี่ยนแปลงด้วย Impact: เชื่อมพลังองค์ความรู้และความร่วมมือ สู่การพลิกโฉมประเทศ” ในการประชุมนานาชาติ “ข่วงคุณค่า Impact Together Forum 2026” ซึ่ง Social Value Thailand ร่วมกับ Social Value International มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุม NSP Rice Grain Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มช. (CMU STeP) เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศในการสร้างผลกระทบทางสังคม (Social Impact Ecosystem) เช่น การประเมินคุณค่าทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีบทบาทเป็นผู้นำร่วมกับสมาคมในระดับชาติและระดับสากล รวมทั้งการขับเคลื่อน มาตรฐานการประเมินผลกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติคือ UNDP SDG Impact Standard และ มาตรฐานใหม่ ISO/UNDP 53001:2026 Management systems for United Nations Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งเป็นกิจกรรมให้ความรู้ครั้งแรกของโลกของ Social Value International (SVI) หลังจากการเปิดตัวโดย UNDP และ SVI เมื่อ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

โดย ในปาฐกถานี้ อธิการบดี มช. ได้ตั้งคำถามในมุมของผู้เสียภาษีว่า เมื่อรัฐลงทุนในอุดมศึกษาเป็นจำนวนมาก สังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นอย่างไร การรายงานจำนวนบัณฑิต ผลงานวิจัย หรืออันดับมหาวิทยาลัยยังตอบคำถามนี้ได้ไม่เต็มปาก มหาวิทยาลัยจึงต้องกำหนดผลกระทบที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับสังคมเป็นตัวตั้ง แล้วออกแบบหลักสูตร การเรียนการสอน และงานวิจัยย้อนกลับมาให้สอดคล้องกัน

อธิการบดียังกล่าวถึงทิศทางของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็น Inclusive Innovation University หรือมหาวิทยาลัยนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด CMU Role Model สู่ Real World Impact พร้อมยกตัวอย่างผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง ได้แก่

CMU Biomass and Waste Management ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจร โดย สถาบันวิจัยพลังงานนครพิงค์ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 10,900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

CMU Rice Model
การพัฒนาพันธุ์ข้าวล้านนาโภชนาการสูง โดย ศูนย์วิจัยข้าวล้านนา ที่เพิ่มมูลค่าข้าวจาก 7–12 บาท เป็น 22–150 บาทต่อกิโลกรัม และการจัดการฟางข้าวแบบมีส่วนร่วมที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรควบคู่กับการลดการเผา

ก่อนส่งท้าย โดยอธิการบดีได้ฝากข้อคิดว่า ทุกองค์กรควรเปลี่ยนคำถามจาก “องค์กรจะได้อะไร” เป็น “สังคมจะได้อะไร” เพราะเมื่อสังคมและประเทศได้ประโยชน์ สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับองค์กร

ในงานยังมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความเห็นจากสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศไทย และ จากนานาชาติ การจัดให้ความรู้ รวมทั้ง การประชุมเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านการประเมินและบริหารจัดการผลกระทบ (Social Impact Measurement and Management) ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการกับ SVI SVTH และ ภาคีพันธมิตร ตลอดจนการศึกษาดูงาน CMU Role Model ทั้งด้าน Future Foods ณ CMU Biopolis ด้าน Climate Adaptation ณ อำเภอแม่แตง โดยทีม AcAir CMU และด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการร่วมขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ณ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) โดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะทำงานเชียงใหม่มรดกโลก

ไฟล์แนบ

แกลลอรี่