ทีมนักวิจัยวิทย์ มช.-ม.แม่โจ้ พัฒนาแนวทาง Dual-Strategy เสริมภูมิคุ้มกันกุ้งก้ามกรามด้วยการเสริมสาหร่ายผลิตแอสตาแซนธินผสานการเพาะเลี้ยงในระบบไบโอฟลอค เพิ่มอัตรารอดชีวิตจากไวรัส WSSV สูงสุด 83.3% หนุนการประมงยั่งยืน

18 กันยายน 2569
คณะวิทยาศาสตร์

         ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำลังเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะ และการแพร่ระบาดของโรค ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในหัวข้อ "From environmental stress to immune precision: A dual-strategy approach to antibiotic-free aquaculture"

งานวิจัยชิ้นนี้ได้นำเสนอแนวคิดการใช้กลยุทธ์แบบผสมผสาน (Dual-Strategy) ระหว่างการประยุกต์ใช้ระบบบิโอฟลอก (Biofloc Technology) ที่ปรับอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยจัดการคุณภาพน้ำและกระตุ้นการเจริญเติบโต ร่วมกับการใช้อาหารเสริมจากธรรมชาติที่ได้จากการเพาะเลี้ยงสาหร่าย Haematococcus pluvialis ในระยะ cyst แดง ซึ่งอุดมไปด้วยสาร แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) สูงสุดประมาณ 46 มก./กรัม (น้ำหนักแห้ง) นำมาบดเป็นผงผสมในอาหารพื้นฐานสำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกราม (Macrobrachium rosenbergii)


จากการทดลองแบ่งกลุ่มกุ้งก้ามกรามออกเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองที่ได้รับแอสตาแซนธินในระดับต่าง ๆ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พร้อมทั้งทดสอบความต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย (Aeromonas hydrophila, Vibrio parahaemolyticus) และไวรัสโรคตัวแดงดวงขาว (White Spot Syndrome Virus - WSSV) พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

ด้านการเจริญเติบโตและอัตราการรอดชีวิต ระบบ Biofloc ช่วยให้กุ้งมีอัตราการเติบโตและรอดชีวิตสูงกว่ากลุ่มน้ำใสอย่างเห็นได้ชัด โดยกลุ่มที่ได้รับแอสตาแซนธิน 300 มก./กก. มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 80%

ด้านภูมิคุ้มกันและความต้านทานโรค กลุ่มที่ได้รับแอสตาแซนธิน 150 มก./กก. แสดงค่ากิจกรรมของเอนไซม์ไลโซไซม์ (Lysozyme) ดัชนีการกลืนเม็ดลาติกซ์ และเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ (SOD) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่กลุ่ม 300 มก./กก. สามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตต่อการติดเชื้อไวรัส WSSV สูงสุดถึง 83.3% พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณไวรัสบริเวณตับอ่อนได้อย่างชัดเจน

งานวิจัยนี้นับเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ปลอดจากสารปฏิชีวนะ ลดการสะสมของยาในสิ่งแวดล้อมและเนื้อสัตว์ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโรค และสามารถนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำเชิงพาณิชย์ต่อไป

ผู้สนใจสามารถอ่านบทความวิจัยได้ที่
วารสาร Fish & Shellfish Immunology Date: January 2026, Volume 168
https://doi.org/10.1016/j.fsi.2025.110949

นักวิจัย
คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (Faculty of Fisheries Technology and Aquatic Resources, Maejo University)
อุดมลักษณ์ สมพงษ์ (Udomluk Sompong), จิราพร โรจน์ทินกร (Jiraporn Rojtinnakorn)

ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Department of Biology, Faculty of Science, Chiang Mai University)
จีรพร เพกเกาะ (Jeeraporn Pekkoh), ชยากร ภูมาศ (Chayakorn Pumas)

แกลลอรี่