กระทรวง อว.จับมือมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (NTU) ลงนาม จัดตั้ง "Sister Center" ศูนย์นวัตกรรมและ AI แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ มช.

25 เมษายน 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์

MOU ครั้งประวัติศาสตร์! กระทรวง อว.จับมือมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (NTU) ลงนาม จัดตั้ง "Sister Center" ศูนย์นวัตกรรมและ AI แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมพัฒนากำลังคนด้าน AI ใน 4 สาขาหลักเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจอย่างตรงจุด “พันธุ์เพิ่มศักดิ์” ชี้เป็นก้าวสำคัญอุดมศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กับ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ โดยมี ศ.เดวิด เพทลีย์ อธิการบดีและประธานมหาวิทยาลัย ศ.เซียว หม่า ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า ไฮไลท์สำคัญของพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กับ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ในครั้งนี้ คือการจัดตั้ง “Sister Center” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Chiang Mai University (STeP) เพื่อเป็นศูนย์กลางวิจัยประยุกต์และพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน พร้อมพัฒนากำลังคนด้าน AI ใน 4 สาขาหลัก ได้แก่ AI สำหรับภาคการผลิต, AI สำหรับงานบริการ, AI สำหรับการตลาดและข้อมูล และ AI สำหรับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจอย่างตรงจุด รวมทั้งการส่งเสริมเครือข่าย INEIC รวมถึง AI Testbed เพื่อทดสอบนวัตกรรมก่อนสู่ตลาด และผลักดันผู้ประกอบการ STEM สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในระดับสากล

รองปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี จนเกิดผลเป็นรูปธรรมผ่าน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ Experiential Learning Programme (ELP) และศูนย์พัฒนาทักษะด้าน AI ซึ่งเป็นต้นแบบความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร และต่อยอดสู่การขยายผลในระดับประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาทุนมนุษย์และวิชาการ (2) การวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ร่วมกับสถาบันไทย อาทิ ม.เชียงใหม่ (3) นวัตกรรมและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (4) ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และ (5) กลไก Higher Education Sandbox เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน โดยกระทรวง อว. ได้บูรณาการแหล่งทุนสำคัญ เช่น ISPF-UK และ TSRI เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

“การลงนามฯ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นการก้าวจากความร่วมมือแบบรายโครงการ สู่ความร่วมมือเชิงระบบ เพื่อวางรากฐานความเป็นเลิศด้านการศึกษาและนวัตกรรมในระยะยาว” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

ด้าน ศ.เดวิด กล่าวต่อว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของพันธมิตรบนพื้นฐานความไว้วางใจ มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ ศ.เซียว หม่า กล่าวว่า การขับเคลื่อน AI ให้เกิดผลจริงต้องอาศัยการบูรณาการเทคโนโลยี บุคลากร และภาคธุรกิจร่วมกัน โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

ส่วนผศ.ดร.ธัญญานุภาพ กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้เป็นกลไกสำคัญของ CMU Transformation ในการพัฒนาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านการเรียนรู้ระดับสากล

ขณะที่ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย กล่าวปิดท้ายว่า STeP พร้อมประสานความร่วมมือเพื่อแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ภาพและข้อมูล : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ข้อมูลโดย : https://cmu.to/z0pKl

แกลลอรี่