นอนหลับดี = ชีวิตที่ดี | สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม “วันนอนหลับโลก”

13 มีนาคม 2569
คณะแพทยศาสตร์

นอนหลับดี = ชีวิตที่ดี


การนอนสำคัญของชีวิต เท่าๆกับการกินอาหารและการออกกำลังกาย เราใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน ดังนั้นการนอนที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) เลยกำหนดให้ทุกวันศุกร์ สัปดาห์ที่2 ของเดือนมีนาคม เป็นวันนอนหลับโลก หรือ World Sleep Day เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักว่าการนอนเป็นสิ่งสำคัญ


สัดส่วนของปัญหาที่พบมี ดังนี้

  • จำนวนชั่วโมงในการนอนไม่พอ 50%
  • โรคนอนไม่หลับ 20%
  • โรคหยุดหายใจขณะหลับ 20%



สาเหตุที่ทำให้มีปัญหาในการนอนหลับ

  • ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
  • การทานอาหารก่อนนอน
  • การดื่มคาเฟอีนก่อนนอน
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน



ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการนอนไม่หลับ

  • เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง
  • เสี่ยงต่อโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมอง
  • เพิ่มโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์
  • มีผลกระทบต่อความจำ
  • เพิ่มโอกาสเป็นโรคเบาหวาน
  • เพิ่มโอกาสเป็นโรคอ้วน


นอกจากส่งผลกระทบทางกายแล้ว ปัญหาการนอนหลับยังส่งผลกระทบด้านจิตใจด้วย เพราะทำให้รู้สึกหงุดหงิดและเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคทางจิตเวชมากขึ้น



การแก้ไขปัญหาในการนอนไม่หลับ

  • นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 7 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน หลีกเลี่ยงการทานอาหารใกล้เวลานอน ควรรับประทานก่อนเวลานอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีน ควรรับประทานก่อนเวลานอน 6 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้เวลานอน ควรรับประทานก่อนเวลานอน 3-6 ชั่วโมง



ปัจจัยและพฤติกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ

  • การควบคุมสิ่งเร้าในห้องนอน ต้องมีความเงียบ มืด
  • การมีสุขอนามัยที่ดีในการนอน ของในห้องน้อยเพื่อลดมลภาวะไม่พึงประสงค์
  • กิจกรรมบนเตียงให้มีแต่การนอน
  • ผ่อนคลายความเครียดก่อนนอน
  • การจินตนาการถึงสิ่งที่ชอบก่อนนอน



เทคนิคที่ช่วยให้เข้าสู่การนอนให้มีคุณภาพ 9 ข้อมีดังนี้

  • เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน
  • เลี่ยงการนอนหลับตอนกลางวัน ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ไม่ควรนอนเกิน 30 นาที
  • เลี่ยงกาแฟ ชาหรือน้ำอัดลมอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และกินอาหารมื้อหนักอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมงก่อน เลี่ยงการออกกำลังกายอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมงก่อน
  • ห้องนอนต้องระบายอากาศดี ไม่มีแสงเล็ดลอด และไม่มีเสียงดัง
  • ผ่อนคลาย ลดเรื่องกังวลหรือนั่งสมาธิก่อนนอน
  • ใช้ห้องนอนเพื่อการนอน และกิจกรรมทางเพศเท่านั้น
  • หากนอนไม่หลับภายใน 30 นาที ให้ทำกิจกรรมเบาๆ เช่น การอ่านหนังสือหรือการฟังเพลงเบาๆ


และมีอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดมากในผู้สูงอายุคือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
การมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจนทำให้เส้นเลือดหดตัว ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจวาย หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อัมพฤกษ์-อัมพาต อัลไซเมอร์ เป็นต้น ซึ่งวิธีการรักษาจะรักษาตามอาการความรุนแรงของโรค หากอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาโดยการปรับพฤติกรรมได้ เช่น การปรับท่านอน การลดน้ำหนัก เป็นต้น แต่หากมีอาการรุนแรงต้องใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure)รักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก: โดย รศ.พญ.นันทิการ์ สันสุวรรณ รองหัวหน้าภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช.คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



เรียบเรียงโดย: นางสาวนันทพร ระบิน นักประชาสัมพันธ์ และนางสาวกุลยาภรณ์ ญาณโรจน์ นักศึกษาฝึกประสบการณ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี



ภาพ/ข่าว: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ #วันนอนหลับโลก

แกลลอรี่