13 พฤษภาคม 2564
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
ปัญหาการดื่มสุราเป็นปัญหาที่มีผลกระทบรุนแรงระดับชาติ จากข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมการดื่มสุราของประชากรไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2560 พบว่า จากการสำรวจในประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน โดยมีผู้ที่ดื่มสม่ำเสมอ 6.98 ล้านคน ช่วงอายุที่ประชากรเป็นนักศึกษาและเข้าสู่การทำงานนั้น เป็นช่วงที่มีอัตราการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด

คณะผู้วิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิชญลักษณ์ พิชญกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงวนศักดิ์ ธนาพรพูนพงษ์ นายสุเมธ สารศรี และ นายกีรติ กรุงศรี ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ในการดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อเปรียบเทียบมาตรการและผลการดำเนินงานในการควบคุมการดื่มสุราของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยเพื่อหาแนวทางที่เป็นเลิศในการจัดการปัญหาการดื่มสุราโดยทำการศึกษาใน 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยซึ่งกระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และเมืองใหญ่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ มีนักศึกษาประมาณ 15,000 – 70,000 คน โดยคณะผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ที่รับผิดชอบมาตรการในการควบคุมการดื่มสุราโดยตรง และทำโฟกัสกรุ๊ปกับกลุ่มตัวแทนสโมสรนักศึกษาที่สามารถให้ข้อมูลได้ทั้งในมุมมองของการเป็นสโมสรนักศึกษาผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการฯและในมุมมองการเป็นนักศึกษาที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการดื่มสุราของมหาวิทยาลัย และนำเสนอผลการวิเคราะห์ให้กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาสุราแล้วจึงสรุปเป็นแนวทางที่เป็นเลิศในการจัดการปัญหาการดื่มสุราในมหาวิทยาลัย
จากการวิจัยนี้ได้ข้อสรุปเป็นมาตรการควบคุมการดื่มสุราในมหาวิทยาลัยที่ได้มีการลงมือทำแล้วและประสบความสำเร็จ 3 ประการ ดังนี้ ประการแรก คือ การกำกับดูแลด้วยกฎหมายและกฎระเบียบ ซึ่งวิธีการที่ได้ผลที่สุดคือการใช้กฎหมาย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเครื่องมือช่วยในการควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหาการดื่มเครื่องดื่มสุราอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการให้อำนาจเจ้าพนักงานดำเนินการตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสม และปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญยิ่งในยุคปัจจุบัน คือ การสร้างการมีส่วนร่วมของทั้งฝ่ายนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรในมหาวิทยาลัย และบูรณาการกับหน่วยงานภายนอกเพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาการดื่มสุราในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาควรสร้างระบบรักษาความปลอดภัย โดยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย อาทิ การติดตั้งไฟฟ้าส่งสว่างและการตรวจพื้นที่โดยหน่วยรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย ประการที่สอง คือ การสร้างความตระหนักด้านสุขภาพภายในมหาวิทยาลัย อาทิ การสร้างภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยสุขภาพ แล้วกำหนดเป็นพันธกิจหรือวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยมีการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักในรูปแบบต่างๆ การส่งเสริมและสร้างวินัยการออกกำลังกายให้แก่ นักศึกษา บุคลากร อาจารย์ รวมถึงการให้มีบริการตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาการดื่มสุราได้แล้ว ยังแก้ปัญหาสุขภาพอื่นๆได้ด้วย เช่น ปัญหาความเครียด ปัญหาโรคอ้วน เป็นต้น ประการที่สาม คือ การสร้างความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม โดยการมอบหมายให้ผู้จัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยหรือในนามมหาวิทยาลัยทั้งฝ่ายนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกิจกรรม รวมถึงรับผิดชอบผลการดำเนินงานร่วมกัน มาตรการทั้งสามประการดังกล่าวนี้ จะถูกส่งมอบให้กับศูนย์วิจัยปัญหาสุราเพื่อนำเสนอให้กับสถาบันอุดมศึกษาไทยในวงกว้างต่อไป