5 มิถุนายน 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
สำหรับคนภาคเหนือ ฝุ่นควัน PM2.5 คือหนึ่งในโจทย์สำคัญที่อยู่ร่วมกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน ทุกครั้งที่ฤดูกาลฝุ่นควันเวียนกลับมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวพันอยู่เพียงแค่สถานการณ์คุณภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังส่งผลร้ายไปถึงสุขภาพ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต เศรษฐกิจ และความเข้าใจที่สังคมมีต่อพื้นที่ภาคเหนือในหลายมิติ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานได้ร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทั้งในด้านองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และการทำงานร่วมกับชุมชน โดยมีหน่วยงานสำคัญอย่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร เราเชื่อเสมอว่า “สื่อ” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนได้เช่นกัน
นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการวิจัย “การขับเคลื่อนการสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ” ที่มุ่งนำพลังของการสื่อสารมาช่วยขับเคลื่อนการรับรู้และการมีส่วนร่วมต่อปัญหาฝุ่นควัน ผ่านการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาฝุ่นควันมาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดการดำเนินงานของโครงการ ทีมวิจัยพยายามเปิดพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมมากที่สุด ทั้งการรับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชน การทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนการระดมสมองร่วมกับนักเรียน นักศึกษา และนักสร้างสรรค์สื่อในท้องถิ่น ผ่านกิจกรรม Hackathon เพื่อร่วมกันคิดและออกแบบแคมเปญสื่อที่สามารถสื่อสารปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
จากกระบวนการดังกล่าว ทำให้เกิดสื่อสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ที่นำเสนอประเด็นฝุ่นควันในมุมที่แตกต่างออกไป ทั้งในมิติของผลกระทบ วิถีชีวิต ความพยายามของชุมชน และทางออกที่อาจเกิดขึ้นร่วมกัน ซึ่งสื่อเหล่านี้ก็ได้รับเสียงสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาจากทั้งกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่และผู้ชมจากภายนอกพื้นที่
เสียงสะท้อนเหล่านั้น กลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมวิจัยสามารถนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และต่อยอดเป็นองค์ความรู้ด้านการสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม จนกลายเป็นอีกหนึ่งโครงการวิจัยที่มีคุณค่าทั้งต่อผู้ดำเนินงาน และต่อผู้ที่ต้องการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในอนาคต
และจากการดำเนินงานดังกล่าว บทความวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัลบทความดีเด่น (Best Paper Award) ภายใต้หัวข้อ “สื่อกับสังคม การกำกับดูแล และความรู้เท่าทันสื่อ” ในการประชุมวิชาการวารสารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 และระดับนานาชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568/2569
อย่างไรก็ตาม ความน่ายินดีของรางวัลนี้ ไม่ได้อยู่เพียงแค่การที่งานวิจัยของเราได้รับการยอมรับในเวทีวิชาการระดับชาติเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการที่ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือ ซึ่งผู้คนในพื้นที่พยายามร่วมกันต่อสู้และหาทางออกมาอย่างยาวนาน ได้รับการมองเห็น ได้รับการให้ความสำคัญ และถูกหยิบยกขึ้นมาชูในระดับนานาชาติอีกด้วย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความตั้งใจจากจุดแรกเริ่มของโครงการวิจัยฯ นี้ ได้ย้อนกลับมาส่งผลให้เห็นกระจ่างชัด นั่นคือประเด็นฝุ่นควัน PM 2.5 ได้รับการตระหนักรู้ถึงการมีอยู่ ได้รับความเข้าใจถึงสาเหตุต้นตอของปัญหา และนำไปสู่แรงบันดาลใจในการร่วมกันมองหาทางออกไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
และขอใช้โอกาสนี้ ในการแสดงความยินดีกับทีมผู้วิจัย นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุริยะทองมุณี หัวหน้าโครงการและรองผู้อำนวยการอุทยานย์ฯ นายสมเจตน์ บุญวิทย์ ที่ปรึกษาด้านสื่อสร้างสรรค์ และคณะดำเนินงานทีมพัฒนานวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการ (EIC) และทีมสร้างสรรค์และการสื่อสาร (CC) ร่วมกันดำเนินงานตั้งแต่ต้นจวบจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ด้วยเจตนารมณ์เดียวกันที่ต้องการขับเคลื่อนโครงการฯ ให้ดำเนินไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ความอุตสาหะของทุกท่าน ฉายชัดแล้วด้วยความสำเร็จของโครงการฯ ในวันนี้