CMU Carbon One: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับการขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน

19 มกราคม 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์

ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลกสถาบันการศึกษาถือเป็นหนึ่งใน ฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมไปสู่ทางออกที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้ประกาศเจตนารมณ์ ที่ชัดเจนภายใต้โครงการ "CMU Carbon One" เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดย ปัจจุบัน มช. ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากการจัดอันดับ THE Impact Rankings 2025 ให้เป็นอันดับที่ 44 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย รวมถึงคว้าอันดับที่ 40 ของโลกในด้าน SDG 13 (Climate Action) ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม

เป้าหมายสำคัญในปีงบประมาณ 2569 เฉพาะ Main Sector ของมหาวิทยาลัย คือการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 27,314 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO2eq) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนความเป็นกลางทางคาร์บอนถึงร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับการดำเนินงานตามปกติ (BAU) โดยการขับเคลื่อนนี้ดำเนินการผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลักที่ครอบคลุมทุกมิติ ดังนี้

1. การติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ (Measurement, Reporting & Verification)
รากฐานสำคัญของการลดคาร์บอนคือการมีฐานข้อมูลที่แม่นยำ มช. ได้พัฒนา CMU Carbon Footprint Platform ซึ่งเป็นระบบรายงานและติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบออนไลน์ที่ครอบคลุมทั้ง Scope 1, 2 และ 3
นอกจากนี้ หลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ และศูนย์การศึกษาหริภุญไชย ยังได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) จากองค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เพื่อยืนยันถึงมาตรฐานความโปร่งใส


2. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเชิงรุก (GHG Mitigation)
มหาวิทยาลัยได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในหลายด้าน ได้แก่
- ด้านพลังงาน: มีการติดตั้ง Solar Rooftop ไปแล้วกว่า 180 อาคาร คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 15 เมกะวัตต์ (MWp) ซึ่งช่วยลดคาร์บอนได้กว่า 9,700 ตันต่อปี ควบคู่ไปกับการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS)
- ด้านการขนส่ง: ให้บริการรถไฟฟ้า (CMU Electric Mass Transit) จำนวนกว่า 40 คัน พร้อมแอปพลิเคชัน ติดตามตำแหน่งแบบ Real-time ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 1,650 ตันต่อปี
? ด้านการจัดการของเสีย: ดำเนินนโยบาย Zero Waste บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร เพื่อนำกลับมา ผลิตเป็นพลังงาน (Waste to Energy) ลดการฝังกลบ และช่วยลดคาร์บอนได้ถึง 4,500 ตันต่อปี
- การจัดการอัจฉริยะ: นำเทคโนโลยี Easy Smart Meter มาใช้ตรวจวัดการใช้พลังงานแบบ Real-time เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด



3. การดูดกลับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก (GHG Removal, Capture & Storage)
นอกจากการลดการปล่อยแล้ว มช. ยังมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีการฟื้นฟูป่าไม้และดูแลพื้นที่สีเขียวกว่า 4,000 ไร่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 8,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมกันนี้ ยังมีการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) เพื่ออนาคต


4. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation & Resilience)
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยได้วางแผนบริหารความเสี่ยงและจัดทำแผนรับมือ ภัยพิบัติจากสภาพอากาศ เช่น ปัญหาน้ำท่วม โดยวางบทบาทเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำและ สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการฟื้นตัวให้กับมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ


5. การศึกษาและวิจัยเพื่อสังคม (Education, Research & Community Outreach)
ในฐานะสถาบันทางวิชาการ มช. มุ่งขยายผลสู่สังคมผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สำหรับการจัดอีเว้นท์ (Carbon Neutral Event) เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมบุคลากร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และขยายผลกระทบ เชิงบวกสู่ชุมชนและสังคมในวงกว้าง
โครงการ CMU Carbon One จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนงานภายในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นต้นแบบของ การบูรณาการเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าความเป็นกลาง ทางคาร์บอนเป็นเป้าหมายที่สามารถเป็นจริงได้ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน


แกลลอรี่