คณะเภสัชศาสตร์ มช. ร่วมงานแถลงข่าวและเปิดตัว “LEPSIA” นวัตกรรมยากันชักสำหรับเด็กจาก Pure CBD ยาแผนปัจจุบันตัวแรกที่มีการผลิตและพัฒนาภายในประเทศ

16 กันยายน 2569
คณะเภสัชศาสตร์
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569
ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พร้อมด้วย รศ.ดร.ภญ.ชฎารัตน์ อัมพะเศวต, รศ.ดร.ภญ.จุฑามาศ เจียรนัยกุลวานิช, ผศ.ดร.ภก.จักรพันธ์ จุลศรีไกวัล ทีมผู้บริหาร คณาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าวและเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ “LEPSIA” ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ (Chatrium Grand Bangkok)
ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดยมี คุณศุภเดช อำนวยสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด กล่าวรายงานต่อ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาพร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด ประกาศความสำเร็จในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์มาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ผ่านการเปิดตัว “LEPSIA” ยากันชักสำหรับเด็กจาก Pure CBD (Cannabidiol) เกรดการแพทย์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนายาแผนปัจจุบันที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเด็กไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม
ผลิตภัณฑ์ LEPSIA เป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นในโครงการวิจัยทางการแพทย์แบบครบวงจร (Comprehensive Integrated Medical Cannabis Research Project) ซึ่งบูรณาการองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน
โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับบริษัท แคนน์ดู ฟาร์ม่า จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน ดำเนินการสกัด Pure CBD ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมควบคุมคุณภาพ วิเคราะห์สารสำคัญที่บริสุทธิ์ และพัฒนาเป็นสูตรตำรับยาแผนปัจจุบันที่มีมาตรฐานยกระดับมาตรฐานการผลิตยา สู่ระดับสากล
ภายในงานยังมีพิธีมอบหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยา ตามหลักเกณฑ์ PIC/S GMDP ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
การผลิตยาแผนปัจจุบันระดับ Medical Grade ภายในประเทศอย่างครบวงจร สามารถลดต้นทุนค่ายาได้ถึง 64.8% เมื่อเทียบกับยานำเข้าในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาให้แก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ LEPSIA สะท้อนถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการบูรณาการ องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคการแพทย์ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง และสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์สังคมและผู้ป่วยไทย อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมยาไทย สู่มาตรฐานระดับสากล ภายใต้แนวคิด “ผลิตในไทย มาตรฐานสากล เพื่อคนทั้งโลก”

แกลลอรี่