2 พฤศจิกายน 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทีมวิจัยภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ นำโดย พว.นฐธิกานตร์ เจริญรัตนเดชะกูล ร่วมกับทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา ESTIMATA-EX: AI-Driven Blood Loss Estimation ระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเมินปริมาณการเสียเลือดและนับจำนวนวัสดุซับเลือดระหว่างผ่าตัด โดยใช้ภาพถ่ายวัสดุซับเลือดจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ช่วยให้ทีมแพทย์มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัด
ESTIMATA-EX พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของการประเมินปริมาณเลือดที่สูญเสียระหว่างผ่าตัดด้วยสายตา ซึ่งอาจแตกต่างกันตามประสบการณ์และการประเมินของบุคลากรแต่ละคน ระบบจึงนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ภาพวัสดุซับเลือด เพื่อเปลี่ยนการคาดคะเนให้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่นำไปใช้ประกอบการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบ นวัตกรรมนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์ม AI for Thai และระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ภายใต้ความร่วมมือของ Medical AI Consortium
ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบพบว่า โมเดล AI มีค่าความแม่นยำในการประเมินปริมาณเลือด หรือค่า R? อยู่ที่ 0.95 สำหรับผ้าก๊อซ และ 0.97 สำหรับสวอบ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 0.85 ที่กำหนดไว้เป็นระดับความแม่นยำที่ดีมาก นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาความแม่นยำทางคลินิกในช่วงคลาดเคลื่อน ?20% ของปริมาณเลือดจริง ระบบยังมีความแม่นยำประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับการประเมินด้วยสายตา และสามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่าถึง 20 เท่า ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของทีมวิสัญญีและทีมผ่าตัด รวมถึงลดความเสี่ยงจากการนับวัสดุซับเลือดผิดพลาด โดยมีเป้าหมายสนับสนุนความปลอดภัยตามแนวทาง Zero Retained Surgical Items หรือการป้องกันไม่ให้มีวัสดุผ่าตัดตกค้างในร่างกายผู้ป่วย
ปัจจุบัน ESTIMATA-EX มีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (Technology Readiness Level: TRL) อยู่ที่ระดับ 6–7 ผ่านการทดสอบต้นแบบในสภาพแวดล้อมการทำงานจริงภายในห้องผ่าตัด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผลการศึกษาพบว่าระบบมีความแม่นยำและประมวลผลได้รวดเร็วกว่าการประเมินด้วยสายตาอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับความพึงพอใจและการยอมรับในระดับคลินิกสูงถึงร้อยละ 96.5 สะท้อนถึงศักยภาพในการต่อยอดนวัตกรรม AI ให้สามารถนำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานทางการแพทย์ได้จริง
สำหรับการพัฒนาระยะต่อไป ทีมวิจัยเตรียมศึกษาประสิทธิภาพของระบบในโรงพยาบาลหลายแห่ง (Multi-center Validation) เพื่อรวบรวมหลักฐานทางคลินิกและรองรับการใช้งานในวงกว้าง พร้อมจัดเตรียมเอกสารด้านคุณภาพซอฟต์แวร์ การบริหารจัดการความเสี่ยง และหลักฐานทางคลินิก เพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็น Software as a Medical Device (SaMD) กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้ มีโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนประมาณ 30 แห่งแสดงความสนใจนำระบบไปทดสอบใช้งานจริง
ผลงาน ESTIMATA-EX ยังได้รับการยอมรับจากเวทีวิชาการและเวทีนวัตกรรมหลายแห่ง โดยงานวิจัยเรื่อง “Robust and efficient blood loss estimation using color features and gradient boosting trees” ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Discover Artificial Intelligence ของ Springer Nature ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Q1 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล Top 5 Award Poster จากงาน MED CMU Quality Fair ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 และรางวัลที่ 1 ระดับดีเลิศ ประเภท Oral Presentation จากสภาการพยาบาล เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569
ต่อมา ผลงานได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับชาติ จากการประชุม HA National Forum ครั้งที่ 26 จัดโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ระหว่างวันที่ 10–13 มีนาคม 2569 จากผลงานที่เข้าร่วมทั้งหมด 3,800 ผลงาน และได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี จากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ขณะเดียวกัน ยังได้รับเชิญให้จัดแสดงผลงานในเวทีสำคัญ ได้แก่ Techsauce Healthspan Festival 2026, งาน Medical AI Consortium ซึ่งมีการนำเสนอผลงานต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนงาน HealthNext 2026 และงานแถลงข่าวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2569
การพัฒนา ESTIMATA-EX สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผ่านความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและหน่วยงานด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการผ่าตัด พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานในโรงพยาบาลทั่วประเทศในอนาคต