มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สยามไดกิ้นเซลส์ ผนึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Net Zero Campus ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมด้านพลังงาน

23 กันยายน 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Net Zero Campus ครอบคลุมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการพลังงานในอาคาร การพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร และการจัดการสารทำความเย็นอย่างเป็นระบบ พร้อมวางกลไกติดตามและคำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ผลการดำเนินงานเชื่อมต่อกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ คุณวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ร่วมลงนาม ณ Daikin Solution Fuha SIAM ชั้น 5 อาคาร Siam Patumwan House กรุงเทพมหานคร
.
ภาคอาคารเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะ ‘ระบบปรับอากาศ’ และ ‘ระบบระบายอากาศ’ ซึ่งทำงานตลอดเวลาระหว่างที่มีการใช้งานอาคาร การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเหล่านี้จึงเป็นกลไกที่ให้ผลชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเป็นการยกระดับสภาพแวดล้อมในการเรียน การสอน การวิจัย และการปฏิบัติงานของผู้ใช้อาคารที่มีจำนวนมากในแต่ละวัน
.
ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันศึกษาและพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ผ่านการศึกษาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง อาทิ ระบบอินเวอร์เตอร์ และระบบปรับอากาศแบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.การพัฒนาระบบระบายอากาศและคุณภาพอากาศภายในอาคาร ให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพอากาศที่เหมาะสมกับการเรียน การสอน การวิจัย และการปฏิบัติงาน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ใช้อาคารในระยะยาว 3.การจัดการสารทำความเย็นตลอดวงจรชีวิต อย่างถูกต้องและเป็นระบบ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ พร้อมความสามารถในการติดตาม ประเมินผล และคำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างตรวจสอบได้
.
นอกจากการนำเทคโนโลยีปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพมาใช้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังให้น้ำหนักกับการสร้างระบบข้อมูลและการติดตามผลที่ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality ได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ วัดผลและตรวจสอบได้ พร้อมนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าให้เกิดการดำเนินงานที่มีตัวชี้วัดเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อให้ผลลัพธ์ถูกพัฒนาเป็นแนวทางที่ขยายผลไปยังอาคารและหน่วยงานอื่นได้ต่อไป

แกลลอรี่