สิงห์อาสา จับมือ คณะทำงานฯ ม.เชียงใหม่ ลุยแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน

20 มีนาคม 2567

ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์

           สิงห์อาสา ร่วมกับ คณะทำงานฯ ม.เชียงใหม่ ลุยแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน สร้าง "มุ้งสู้ฝุ่น" และ "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น

           สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้าง "มุ้งสู้ฝุ่น" ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น พร้อมส่งต่อไอเดียนวัตกรรมมุ้งสู้ฝุ่นที่มีต้นทุนต่ำและประดิษฐ์ง่าย เพื่อให้ชาวบ้านนำไปประยุกต์ใช้ในบ้านของตัวเอง รวมถึงส่งมอบ ห้องเรียนปลอดฝุ่น ให้กับโรงเรียนต่างๆ ในภาคเหนือ ภายใต้โครงการ "สิงห์อาสาสู้ไฟป่า" ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ทั้งนี้ยังร่วมกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงพื้นที่ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สิงห์อาสา ตรวจสุขภาพประชาชนภาคเหนือที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูง ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อบรรเทาปัญหาสุขภาพของประชาชนที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5

          ปัจจุบันสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มสูงขึ้นและเกินค่ามาตรฐาน เพราะสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือน มี.ค. - เม.ย. ของทุกปี มีแนวโน้มเกิดขึ้นรุนแรงที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่จะส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง สิงห์อาสา จึงร่วมมือกับ คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สร้าง ห้องเรียนปลอดฝุ่น มอบให้กับโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง PM 2.5 ซึ่งสร้างมาแล้วกว่า 10 ห้อง กระจายในหลายจังหวัดภาคเหนือ และปีนี้เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น จึงนำนวัตกรรม "มุ้งสู้ฝุ่น" ที่พัฒนาต่อยอดมาจากห้องปลอดฝุ่น เป็นการดัดแปลงสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่แม้ไม่มีห้องแอร์หรือห้องที่ปิดสนิท โดยชาวบ้านที่มาอบรมสามารถศึกษาวิธีการทำและนำกลับไปประยุกต์ใช้ที่บ้านได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงหลักพันบาท พร้อมยังได้นำร่องส่งมอบมุ้งสู้ฝุ่นเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่ ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

          นอกจากนี้ยังได้สร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับเด็กนักเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา และเพื่อให้การดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าอย่างครบวงจร "สิงห์อาสา" ยังร่วมกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สิงห์อาสา ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนภาคเหนือที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูง เช่น การตรวจสมรรถภาพปอด การเอกซ์เรย์ปอด การตรวจเลือด เป็นต้น

          อรรถสิทธิ์ พรหมสุข ผู้จัดการฝ่ายงานกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญของภาคเหนือคือ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ประสบ ปัญหาไฟป่า มากที่สุด ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 โดยในปีนี้ สิงห์อาสา ได้ร่วมกับคณะทำงานวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ม.เชียงใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับเด็กนักเรียน และต่อยอดพัฒนาสร้างมุ้งสู้ฝุ่นเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงกระจายไปในหลายจังหวัดภาคเหนือ นอกจากนั้นยังจัดตั้งศูนย์สนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ทั้งเสบียงน้ำดื่มและอาหารพร้อมทาน (ข้าวรีทอร์ท) เพื่อคอยติดตามสถานการณ์ไฟป่าและคอยสนับสนุนช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่าอีกด้วย

         ผศ.ว่าน วิริยา อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตอนนี้ค่าฝุ่นเริ่มสูงขึ้นและเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกับทางสิงห์อาสา มีการจัดการอบรมเรื่องฝุ่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ แนะแนวทางป้องกัน และทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ซึ่งในปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้มาตรฐาน 3 ดาว จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเกณฑ์ เช่น ภายในห้องปลอดฝุ่นต้องมีค่า PM 2.5 ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. หรือน้อยกว่าค่า PM 2.5 ในอากาศนอกห้อง 50% เป็นต้น โดยในครั้งนี้เรายังนำนวัตกรรมมุ้งสู้ฝุ่น ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากห้องปลอดฝุ่น เป็นการดัดแปลงสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่แม้ไม่มีห้องแอร์หรือห้องที่ปิดสนิท แต่ก็ได้อากาศบริสุทธิ์ตอนนอน

          "กระบวนการทำงานคล้ายกับห้องปลอดฝุ่นคือ มีเครื่องฟอกอยู่ข้างนอกแล้วกรองอากาศใส่เข้าไปในมุ้งผ้าฝ้าย อากาศในนั้นก็จะเป็นอากาศบริสุทธิ์ กันฝุ่นได้ 70-80% และใช้ได้ในบ้านทุกรูปแบบ ส่วนตัวเครื่องกรองอากาศ เราใช้กระดาษรียูส 100% มาทำ ซึ่งแข็งแรงและกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายไม่เกินหนึ่งพันบาท ที่สำคัญสามารถประกอบใช้งานเองได้และคนในชุมชนยังเข้าถึงง่ายด้วย"

          สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาสุขภาพของประชาชน ที่ต้องเผชิญกับ ฝุ่น PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งต้นตอหลักของฝุ่นพิษ PM 2.5 มาจาก ไฟป่า ถึงแม้ว่าปัญหาไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือของเราจะลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ไฟป่าที่เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านและคนบางกลุ่มก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือ ต้องหาวิธีลดการสูดดมฝุ่น PM 2.5 เพื่อบรรเทาปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งทางบุญรอดฯ ได้ตระหนักถึงความเดือนร้อน จึงพยายามร่วมมือกับเครือข่ายนักวิชาการและคณาจารย์เพื่อคิดค้นวิธีการและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเผชิญฝุ่น PM 2.5 ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ข้อมูลโดย : https://www.bangkokbiznews.com/corporate-moves/news/corporate-moves/1118198
แกลลอรี่