Curricular
Seperating Faculties
Search for Curriculums
Bachelor’s Degree
Master’s Degree
Doctoral Degree
Other Curriculums
Studying at CMU
Application of Bachelor's Degree
Application for Graduate Studies
Application of International Program
CMU Presidential Scholarship
Faculties and Departments
Faculties
CMU’s Organizations
Other Division
News
Research and Innovation News
Outstanding News
Outstanding Staff
Prize and Pride
Conference and Seminar
Executives' News
Job Application
Procurement
Event Calendar
COVID-19 and PM2.5
Sports
Featured
Health
Laws and Regulations
Donations
Technology News
Religions
Journals
Articles on CMU 60 Years
About CMU
Background
Resolution/ Vision/ Mission/Values and Organizational Culture
Authority
CMU Corporate Identity
Organizational Structure and Administration of Chiang Mai University
Education Development Plan 5 years
Committee of University Council
Executives
Deans
Directors
Employee Council
Other related links
CMU First Year
CMU IT Life
Exchange Programs
Scholarships
Photo & News Archive
Open Data Integrity and Transparency Assessment : OIT
Privacy Policy
Code of Ethics
Contact
ภาษา
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
ความเครียดสะสม “ระเบิดเวลา” ของอัลไซเมอร์ที่คุณหยุดได้
7 มกราคม 2569
คณะแพทยศาสตร์
ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยจากคนวัยทำงานคือ
“ช่วงนี้เครียดมาก แบบนี้จะเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ไหมครับ?”
คำตอบในเชิงประสาทวิทยาศาสตร์คือ “จริง และอันตรายกว่าที่คิด” เพราะความเครียดไม่ใช่เพียงอารมณ์ชั่วคราว แต่คือ มรสุมทางชีวเคมี ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของสมองได้โดยตรง หากปล่อยให้สะสมเป็นเวลานาน อาจกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญของโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต
เมื่อความเครียดค่อย ๆ เปลี่ยนสมองให้เสื่อมลง
งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากยืนยันตรงกันว่า ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญของกระบวนการสมองเสื่อม ผ่านกลไกหลัก ๆ ดังนี้
คอร์ติซอลสูง กลายเป็นพิษต่อสมอง
เมื่อร่างกายเผชิญความกดดัน ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะถูกหลั่งออกมา หากระดับสูงต่อเนื่อง คอร์ติซอลจะส่งผลโดยตรงต่อ ฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความจำ ทำให้เซลล์ประสาทหดตัว การสื่อสารระหว่างเซลล์ลดลง และความจำเริ่มถดถอย
การอักเสบในระบบประสาท
ความเครียดเรื้อรังกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในสมอง (Microglia) ให้ทำงานผิดหน้าที่ จากผู้พิทักษ์กลายเป็นผู้ทำลาย โดยหลั่งสารก่อการอักเสบอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนไฟไหม้เล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ลุกลามในเนื้อสมอง
การสะสมของโปรตีนพิษ
ความเครียดยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการสะสมของโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ซึ่งเปรียบเสมือน “ขยะพิษ” ที่ไปขัดขวางการสื่อสารของเซลล์ประสาท และเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการอัลไซเมอร์
สัญญาณเตือน เมื่อความเครียดเริ่ม “กินสมอง”
หลายคนกังวลว่าอาการหลงลืมที่เกิดขึ้นเป็นเพียงผลจากความเครียด หรือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของสมองเสื่อม
แพทย์แนะนำให้สังเกตอาการเหล่านี้
• สมาธิลดลง อ่านอะไรไม่เข้าใจ วางของผิดที่บ่อย
• นึกคำพูดไม่ออก หยุดชะงักระหว่างสนทนา ทั้งที่รู้สึกว่าคำตอบ “อยู่ปลายลิ้น”
• ตัดสินใจยากขึ้น งานที่เคยจัดการได้กลับรู้สึกสับสน ลังเล
• สมองล้าเรื้อรัง (Brain Fog) คิดไม่ออก เหนื่อยง่าย แม้จะพักผ่อนแล้ว ร่วมกับนอนหลับไม่สนิท
หากอาการเหล่านี้เริ่มกระทบการทำงานหรือความสัมพันธ์ อาจเป็นภาวะที่เรียกว่า “ความจำเสื่อมเทียมจากความเครียด (Pseudo-dementia)” ซึ่งหากไม่ดูแล อาจพัฒนาไปสู่สมองเสื่อมจริงได้
ดูแลสมองตั้งแต่วัยทำงาน ทางรอดของอนาคต
อย่ารอถึงวัยเกษียณ เพราะรอยโรคของอัลไซเมอร์มักเริ่มสะสมล่วงหน้าเป็นสิบปี การป้องกันตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไปจึงสำคัญที่สุด
• จัดสมดุลชีวิตและงาน ให้สมองมีเวลาพักจากความกดดัน
• นอนหลับอย่างมีคุณภาพ 7–8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ระบบล้างขยะสมอง (Glymphatic System) ทำงานเต็มที่
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคาร์ดิโอ ช่วยเพิ่มสาร BDNF ที่ซ่อมแซมเซลล์ประสาท
• เลือกรับประทานอาหารต้านการอักเสบ เช่น ปลาโอเมก้า 3 ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
• จัดการความเครียดเชิงรุก ฝึกสติ สมาธิ หรือการผ่อนคลาย ซึ่งมีงานวิจัย MRI ยืนยันว่าสามารถชะลอการเสื่อมของสมองได้
หากมีประวัติอัลไซเมอร์ในครอบครัว
แม้ผู้ที่มียีนเสี่ยง เช่น APOE-?4 จะมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไป แต่ต้องจำไว้ว่า “ยีนไม่ใช่โชคชะตา”
การตรวจประเมินสมรรถภาพสมองอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่อายุประมาณ 45–50 ปี จะช่วยให้สามารถติดตามการทำงานของสมอง และวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ความเครียดเป็นเรื่องใกล้ตัว มีผลกระทบต่อสมองร้ายแรงกว่าที่คิด ดูแลสมองตั้งแต่วันนี้ จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และจดจำเรื่องราวที่ดีไปอีกนานๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก : นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สุขภาพ
บทความ
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: