Curricular
Seperating Faculties
Search for Curriculums
Bachelor’s Degree
Master’s Degree
Doctoral Degree
Other Curriculums
Studying at CMU
Application of Bachelor's Degree
Application for Graduate Studies
Application of International Program
CMU Presidential Scholarship
Faculties and Departments
Faculties
CMU’s Organizations
Other Division
News
Research and Innovation News
Outstanding News
Outstanding Staff
Prize and Pride
Conference and Seminar
Executives' News
Job Application
Procurement
Event Calendar
COVID-19 and PM2.5
Sports
Featured
Health
Laws and Regulations
Donations
Technology News
Religions
Journals
Articles on CMU 60 Years
About CMU
Background
Resolution/ Vision/ Mission/Values and Organizational Culture
Authority
CMU Corporate Identity
Organizational Structure and Administration of Chiang Mai University
Education Development Plan 5 years
Committee of University Council
Executives
Deans
Directors
Employee Council
Other related links
CMU First Year
CMU IT Life
Exchange Programs
Scholarships
Photo & News Archive
Open Data Integrity and Transparency Assessment : OIT
Privacy Policy
Code of Ethics
Contact
ภาษา
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
แพทย์ มช. เตือนเฝ้าระวัง “อีสุกอีใส” แนะฉีดวัคซีนตั้งแต่วัยเด็ก ลดเสี่ยงระบาด
13 มีนาคม 2569
คณะแพทยศาสตร์
แพทย์ มช. เตือนเฝ้าระวัง “อีสุกอีใส” แนะฉีดวัคซีนตั้งแต่วัยเด็ก ลดเสี่ยงระบาด
อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เตือนประชาชนเฝ้าระวังโรคอีสุกอีใส หลังพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำให้ฉีดวัคซีนตั้งแต่วัยเด็กร่วมกับการดูแลรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรค
ผศ.นพ.ปรเมษฐ์ วินิจจะกูล อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ สามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือการพูดคุยในระยะใกล้ รวมถึงการสัมผัสตุ่มน้ำหรือของเหลวจากตุ่มน้ำและผื่นโดยตรง เชื้อสามารถฟุ้งกระจายในอากาศได้ เมื่อรับเชื้อแล้ว ผู้ป่วยมักเริ่มจากมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย ก่อนจะมีผื่นตุ่มใสขึ้นบริเวณใบหน้า ลำตัว และกระจายไปทั่วร่างกาย โดยตุ่มจะค่อย ๆ ตกสะเก็ดและหายภายใน 1–2 สัปดาห์” โดยทั่วไป อีสุกอีใสมักพบในเด็ก และส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง แต่ในบางราย
โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกันมาก่อน หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
ในด้านการรักษา หากอาการไม่รุนแรงจะเน้นการดูแลตามอาการ เช่น ลดไข้ บรรเทาอาการคัน และป้องกันการเกาผื่นจนเกิดแผลติดเชื้อ แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir ซึ่งจะได้ผลดีหากเริ่มรักษาในระยะต้นของโรค
ผศ.นพ.ปรเมษฐ์ เน้นย้ำว่า “การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ร่วมกับการฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสหากยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน อย่างไรก็ตาม วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ไม่แนะนำในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและหญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีนทุกครั้ง”
นอกจากนี้ หากพบผู้ป่วยในบ้านหรือสถานศึกษา ควรแยกผู้ป่วยออกจากผู้อื่นจนกว่าตุ่มจะตกสะเก็ดทั้งหมด พร้อมดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ “หากสงสัยว่าตนเองป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส แล้วมีอาการไข้สูง ผื่นลุกลามรวดเร็ว ซึมลง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรหยุดงานหรือหยุดเรียน และรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะถึงแม้อาการของโรคจะไม่รุนแรง แต่แพร่ระบาดได้ง่าย และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน”ผศ.นพ.ปรเมษฐ์
กล่าวทิ้งท้าย เรียบเรียง:นางสาวนันทพร ระบิน งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU#โรคอีสุกอีใส
สุขภาพ
บทความ
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: