Curricular
Seperating Faculties
Search for Curriculums
Bachelor’s Degree
Master’s Degree
Doctoral Degree
Other Curriculums
Studying at CMU
Application of Bachelor's Degree
Application for Graduate Studies
Application of International Program
CMU Presidential Scholarship
Faculties and Departments
Faculties
CMU’s Organizations
Other Division
News
Research and Innovation News
Outstanding News
Outstanding Staff
Prize and Pride
Conference and Seminar
Executives' News
Job Application
Procurement
Event Calendar
COVID-19 and PM2.5
Sports
Featured
Health
Laws and Regulations
Donations
Technology News
Religions
Journals
Articles on CMU 60 Years
About CMU
Background
Resolution/ Vision/ Mission/Values and Organizational Culture
Authority
CMU Corporate Identity
Organizational Structure and Administration of Chiang Mai University
Education Development Plan 5 years
Committee of University Council
Executives
Deans
Directors
Employee Council
Other related links
CMU First Year
CMU IT Life
Exchange Programs
Scholarships
Photo & News Archive
Open Data Integrity and Transparency Assessment : OIT
Privacy Policy
Code of Ethics
CMU's Emergency Prevention and Response Plan
Complaint channels for the Office of The National Anti - Corruption Commission (ONACC)
Complaint channels for the Office of Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC)
Channels for providing feedback/complaints/information on corruption at Chiang Mai University.
Contact
ภาษา
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
ปวดคอ ปวดหลัง หยิบยาแก้ปวดมากินบ่อย ๆ ระวัง! ตับ–ไตพังโดยไม่รู้ตัว! แพทย์ มช. เตือนวิธีกินยาที่ถูกต้อง
9 มิถุนายน 2569
คณะแพทยศาสตร์
อาการปวดคอและปวดหลังเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้ร่างกายในท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน หลายคนจึงเลือกใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ แต่การใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้
สาเหตุของอาการปวดคอและปวดหลัง
อาการปวดคอและปวดหลังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
• Office Syndrome ซึ่งพบมากในวัยทำงาน เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อในท่าที่ไม่เหมาะสม หรือการทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
• ความเสื่อมตามวัย มักพบในผู้สูงอายุ เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม
• สาเหตุอื่น ๆ เช่น การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา โรคบางชนิด เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ รวมถึงโรคบางอย่างที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น งูสวัด หรือโรคนิ่วในไต ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน
การใช้ยาแก้ปวดและผลกระทบต่อร่างกาย
ยาที่ใช้รักษาอาการปวดคอและหลังมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อควรระวังแตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. พาราเซตามอล (Paracetamol)
เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อไตและหัวใจ แต่หากรับประทานเกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดพิษต่อตับได้
2. ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
เช่น ไอบูโพรเฟน และไดโคลฟีแนค ยากลุ่มนี้ช่วยลดการอักเสบได้ดี แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต การระคายเคืองกระเพาะอาหาร รวมถึงอาจส่งผลต่อระบบหลอดเลือด
3. ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants)
ช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ แต่ผลข้างเคียงที่พบได้คืออาการง่วงซึม ปากแห้ง และคอแห้ง จึงควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิหลังรับประทานยา
4. ยาแก้ปวดเส้นประสาท (Gabapentinoids)
มักใช้ในกรณีที่มีอาการปวดจากเส้นประสาท โดยแพทย์มักแนะนำให้รับประทานก่อนนอน เนื่องจากอาจทำให้ง่วงมาก ยากลุ่มนี้ค่อนข้างปลอดภัยต่อตับและไต แต่ในผู้สูงอายุควรระวังอาการมึนงงหรือเวียนศีรษะ
ทางเลือกการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
นอกจากการใช้ยาแล้ว ยังมีวิธีรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น
กายภาพบำบัด
ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น Shock wave หรือ Ultrasound ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้
การจัดกระดูก (Chiropractic)
เป็นการปรับสมดุลของโครงสร้างร่างกาย แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น
• ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน
• ผู้ที่มีข้อต่อหลวม เช่น ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์
• ผู้ที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรุนแรง
เนื่องจากการบิดหรือหักกระดูกอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นพิการได้
ความเข้าใจผิดเรื่องแคลเซียมกับกระดูกงอก
หลายคนมีความเชื่อว่าการรับประทานแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้เกิดกระดูกงอก แต่ในความเป็นจริง การรับประทานแคลเซียมไม่ได้เป็นสาเหตุของกระดูกงอก
กระดูกงอกมักเกิดจากภาวะอักเสบเรื้อรัง หรือความหลวมของข้อต่อ ทำให้ร่างกายสร้างกระดูกเพิ่มขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแรงของบริเวณนั้น
แนะนำวัยทำงานและผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอประมาณ 1,000–1,500 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
การผ่าตัดกระดูกสันหลังในปัจจุบัน
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้ามาก การผ่าตัดกระดูกสันหลังสามารถทำได้ด้วยวิธี Microscopic หรือ Endoscopic ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง ทำให้แผลมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และมีความปลอดภัยสูง โดยมีอัตราความสำเร็จสูงถึงประมาณ 99%
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการผ่าตัดยังขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นพ.สุทธิภาศ พงศ์มณี อาจารย์ประจำหน่วยกระดูกสันหลัง ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://cmu.to/8EluJ
#ปวดคอ ปวดหลัง #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu
สุขภาพ
บทความ
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: