Curricular
Seperating Faculties
Search for Curriculums
Bachelor’s Degree
Master’s Degree
Doctoral Degree
Other Curriculums
Studying at CMU
Application of Bachelor's Degree
Application for Graduate Studies
Application of International Program
Faculties and Departments
Faculties
CMU’s Organizations
Other Division
News
Research and Innovation News
Outstanding News
Outstanding Staff
Prize and Pride
Conference and Seminar
Executives' News
Job Application
Procurement
Event Calendar
COVID-19 and PM2.5
Sports
Featured
Health
Laws and Regulations
Donations
Technology News
Religions
Journals
Articles on CMU 60 Years
About CMU
Background
Resolution/ Vision/ Mission/Values and Organizational Culture
Authority
CMU Corporate Identity
Organizational Structure and Administration of Chiang Mai University
Education Development Plan 5 years
Committee of University Council
Executives
Employee Council
Other related links
CMU First Year
CMU IT Life
Exchange Programs
Scholarships
Photo & News Archive
Open Data Integrity and Transparency Assessment : OIT
Privacy Policy
Code of Ethics
CMU's Emergency Prevention and Response Plan
Complaint channels for the Office of The National Anti - Corruption Commission (ONACC)
Complaint channels for the Office of Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC)
Channels for providing feedback/complaints/information on corruption at Chiang Mai University.
Contact
ภาษา
TH
|
EN
|
CN
หน้าแรก
ข่าว
ข่าว
“เซรั่มรังไหม” จากงานวิจัย มช. สู่นวัตกรรมความงาม
10 กันยายน 2569
ศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์
นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยผลสำเร็จนำเทคโนโลยีนาโนยกระดับ
"รังไหมไทย" สู่เซรั่มช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอยได้ดีกว่าเดิมถึง 4 เท่า ใน 2 สัปดาห์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้ายกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรมความงาม โดยคณะเภสัชศาสตร์ มช. ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม “เซรั่มสารสกัดรังไหมไทยด้วยเทคโนโลยีนาโน” ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยได้สูงถึง 12% ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเซรั่มสูตรปกติถึง 4 เท่า พร้อมทำหน้าที่เป็นนวัตกรรมรักษ์โลกที่ช่วยเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรให้แก่ไหมไทย
รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง วรรธิดา ชัยญาณะ
อาจารย์และนักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การวิจัยในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเล็งเห็นศักยภาพของรังไหมไทย ซึ่งปกติจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหลัก แต่ด้วยความนิยมในการใช้ผ้าไหมที่ค่อนข้างจำกัดในปัจจุบัน การนำรังไหมมาแปรรูปเป็นสารออกฤทธิ์ทางเครื่องสำอางจึงเป็นทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรังไหม
สำหรับองค์ประกอบรังไหมประกอบด้วย โปรตีนสำคัญ 2 ชนิด คือ ไฟโบรอิน (Fibroin) ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างที่ให้ความแข็งแรงของเส้นใยไหม และเซริซิน (Sericin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีลักษณะคล้ายกาวทำหน้าที่เคลือบและยึดเส้นใยไฟโบรอินไว้ด้วยกัน ในกระบวนการผลิตเส้นใยไหม เซริซินมักเป็นผลพลอยได้ที่ถูกกำจัดออก อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาพบว่าเซริซินมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ จึงมีศักยภาพในการนำมาประยุกต์ใช้เป็นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทีมวิจัยจึงได้ศึกษาและพัฒนากระบวนการสกัดโปรตีนจากรังไหมด้วยเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยโครงสร้างของรังไหมให้ได้เปปไทด์ขนาดเล็กและกรดอะมิโน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น พร้อมกับคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงได้นำสารสกัดรังไหมมาพัฒนาเป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าเพื่อการชะลอวัย
กระบวนการวิจัยเริ่มต้นจากการได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบรังไหมไทยจาก ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยนำรังไหม 4 สายพันธุ์เด่นของไทยมาศึกษาเปรียบเทียบ ได้แก่ นางลายสระบุรี, เหลืองสระบุรี, ทับทิมวนา และ ไหมอีรี่ เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่ให้ปริมาณสารสกัดโปรตีนสูงและมีคุณสมบัติบำรุงผิวดีที่สุด
ทีมวิจัยได้คิดค้นนวัตกรรมการเตรียมวัตถุดิบด้วยวิธีอุ่นร้อนล่วงหน้าด้วยไมโครเวฟ เป็นเวลา 2-3 นาที ซึ่งช่วยสลายโครงสร้างที่แข็งแรงของรังไหมให้พร้อม ก่อนนำไปสกัดด้วย เอนไซม์ วิธีนี้ทำให้อัตราการสกัดโปรตีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และได้โมเลกุลโปรตีนที่เล็กลงจนสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโปรตีนรังไหมเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี แต่โครงสร้างผิวพรรณของมนุษย์มีไขมันเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้โปรตีนทั่วไปมักเคลือบอยู่เพียงผิวชั้นบน คณะผู้วิจัยจึงได้นำ เทคโนโลยีระบบนำส่งนาโน เข้ามาแก้ปัญหานี้ โดยการนำสารสกัดโปรตีนรังไหมไปกักเก็บใน อนุภาคนาโนไขมันที่มีขนาดเล็กระดับนาโนเมตร ทำหน้าที่เป็นระบบนำส่งสาระสำคัญให้สามารถผ่านชั้นผิวหนัง ซึ่งมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นไขมัน และซึมลึกเข้าสู่ ผิวหนังชั้นหนังแท้ เพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายโครงสร้างผิวทั้งคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอย
ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัครจำนวน 30 คน ยืนยันผลลัพธ์และประสิทธิภาพอันน่าทึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์เซรั่มสูตรปกติ กับเซรั่มที่ใช้ระบบนำส่งนาโนไขมัน ดังนี้:
• การลดเลือนริ้วรอย (ใน 14 วัน): เซรั่มปกติสามารถลดริ้วรอยได้ 3% แต่ เซรั่มรังไหมนาโนสามารถลดเลือนริ้วรอยได้สูงถึง 12% (ประสิทธิภาพสูงกว่าถึง 4 เท่า)
• ความยืดหยุ่นของผิว (ใน 28 วัน): ผิวยืดหยุ่นและกระชับขึ้นอย่างเด่นชัดถึง 21%
• ความชุ่มชื้นของผิว (ใน 28 วัน): ผิวชุ่มชื้นขึ้น 7% เนื่องจากอนุภาคนาโนไขมันจะช่วยทำหน้าที่เสมือนฟิล์มบางเบาเคลือบปกป้องผิวและลดการระเหยของน้ำใต้ผิวหนัง
สำหรับจุดเริ่มต้นของผลงานชิ้นนี้ เกิดจากความสร้างสรรค์ของ นางสาวสโรชา ชารีกัน นักศึกษาปริญญาโทในหลักสูตรวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่บูรณาการความรู้จากห้องเรียนมาสร้างสรรค์และต่อยอดจนสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์ความงาม โดยหลักสูตรนี้เป็นการศึกษาในปริญญาโท ซึ่งเปิดรับสมัครทั้ง แผน 1 (เน้นทำงานวิจัยสร้างนวัตกรรม - By Research) และ แผน 2 (เรียนกระบวนวิชาควบคู่งานวิจัย) อีกทั้งยังมีหลักสูตรระยะสั้นออนไลน์ ผ่านระบบ Lifelong Education มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเรียนออนไลน์เพื่อรับใบรับรอง (Certificate) และสามารถสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อโอนมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้ในอนาคต
งานวิจัยและนวัตกรรม
ข่าวเด่น
แกลลอรี่
×
RoomID:
Room Name:
Description: