"ระบบเผาก๊าซชีวภาพส่วนเกิน" (Biogas Flare) ลดโลกร้อน

22/02/2560 [view:107]


        สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ในการส่งเสริมและผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์  ได้ออกแบบระบบ “Biogas Flare” ทั้ง Biogas Open Flare และ Biogas Enclosed Flare ซึ่งนักวิจัยและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ มุ่งเน้นผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ และอ้างอิงมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวงอุตสาหกรรม

           ในพื้นที่ที่ติดตั้งระบบ Biogas ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มปศุสัตว์ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ในบางครั้งก๊าซชีวภาพที่ถูกผลิตขึ้น มีการสะสมในปริมาณมากเกินที่จะนำไปใช้ประโยชน์ จึงจำเป็นต้องระบายก๊าซส่วนเกินทิ้ง เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ  Biogas ไม่ให้ผ้าใบที่ใช้คุมบ่อก๊าซชีวภาพมีการฉีกขาดเสียหาย ทั้งนี้ "การระบายก๊าซชีวภาพส่วนเกินทิ้งนั้น จำเป็นต้องใช้ “ระบบเผาก๊าซชีวภาพส่วนเกิน” หรือ “Biogas Flare” เข้ามาเป็นตัวช่วย

        ก๊าซชีวภาพ หากถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ โดยปราศจาก “Biogas Flare” จะเป็นอันตรายต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากก๊าซชีวภาพ ประกอบด้วยก๊าซมีเทน (CH4) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟล์ (H2S) และ ก๊าซอื่นๆ ซึ่งหากได้สัมผัส หรือสูดดม จะทำให้เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา และทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้หากสูดดมในปริมาณที่มากเกินขนาด นอกจากนี้การระบายก๊าซชีวภาพส่วนเกินทิ้ง โดยปราศจาก“Biogas Flare” จะทำลายชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งเป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน

        “Biogas Flare” มี 2 รูปแบบ คือ Biogas Open Flare system และ Biogas Enclosed Flare System ลักษณะการทำงานของ “Biogas Flare” จะมีหลักการทำงานด้วยระบบท่อที่จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบเผาทิ้ง ซึ่งประกอบด้วย วาล์วแยก (Isolating valve) เป็นวาล์วเปิด-ปิดด้วยมือ วาล์วตัดก๊าซฉุกเฉิน (Emergency shut-off valve)เพื่อ ป้องกันการปล่อยก๊าซเข้าระบบเผาทิ้งโดยตรง ซึ่งวาล์วนี้จะเปิดก็ต่อเมื่อมีคำสั่งให้เผาก๊าซทิ้งจากระบบควบคุมการเผา ทิ้งแบบอัตโนมัติ หรือกึ่งอัตโนมัติ  และมีอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flame arrester) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัย ระบบจุดหัวเผาประกอบด้วย ระบบควบคุมการจุดหัวเผาแบบอัตโนมัติ (Burner controller) หัวล่อไฟ (Pilot lamp) เขี้ยวสปาร์ก หม้อแปลงไฟแรงดันสูงสำหรับจุดสปาร์ก (Ignition transformer) อุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟ (Flame detector) เพื่อความปลอดภัยในการติดตั้งบนพื้นที่โล่ง ปล่องของหัวเผาทิ้งควรมีอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า โดยในการออกแบบระบบ Biogas Flare จะต้องคำนวณถึงขนาดของท่อ และความสูงของอุปกรณ์เผาก๊าซทิ้ง รวมถึงพื้นที่ในการติดตั้งให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม

        สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พัฒนาระบบ “Biogas Flare” ทั้ง Biogas Open Flareและ Biogas Enclosed Flare ซึ่ง ออกแบบโดยนักวิจัยและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพและอ้างอิงมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวง อุตสาหกรรม 
ผู้สนใจระบบ “Biogas Flare”  สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. 0-5394-2007-9 ต่อ 310,311 หรือศึกษารายละเอียดโครงการที่www.erdi.cmu.ac.th
 
(สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์  มช. รายงาน)

CMU

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Copyright © 2017 Chiang Mai University, All rights reserved.
by Information Technology Service Center

Chiang Mai University
239, Huay Kaew Road, Muang District, Chiang Mai
Thailand, 50200

ติดต่อสอบถาม Tel. 053-941300

Get it on Google Play

ipv6 test

ipv6 ready